โรคตับแข็งเป็นระยะสุดท้ายของโรคตับเรื้อรังที่เกิดจากหลายสาเหตุ ทางพยาธิสภาพมีลักษณะเด่นคือพังผืดกระจายและการงอกใหม่ของก้อนเนื้อตับ พบมากในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ผู้ที่มีประวัติตับอักเสบจากไวรัส ดื่มสุรา หรือไขมันพอกตับเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง โรคดำเนินช้า แต่เมื่อมีอาการมักบ่งชี้ว่าความเสียหายของตับรุนแรงแล้ว
ในยุโรปและอเมริกา สาเหตุหลักของโรคตับแข็งคือโรคตับจากแอลกอฮอล์และโรคตับอักเสบจากไขมันที่ไม่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ ส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น จีน ไทย และเวียดนาม การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีเป็นสาเหตุสำคัญ เนื่องจากอาการระยะแรกไม่ชัดเจน จึงมักวินิจฉัยล่าช้าและก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่คุกคามชีวิต
1. อ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย
เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดและมักถูกมองข้าม ผู้ป่วยมักมีแรงน้อย เหนื่อยง่าย และอ่อนล้ามากขึ้นหลังทำกิจกรรม ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
2. เบื่ออาหารและคลื่นไส้
การทำงานของระบบทางเดินอาหารถูกรบกวนจากตับที่อ่อนแอ ผู้ป่วยจึงมักมีอาการเบื่ออาหาร อิ่มง่าย คลื่นไส้ กินได้น้อย น้ำหนักลดลง ถือเป็นสัญญาณของโรคที่กำลังลุกลาม
3. ท้องอืดและมีน้ำในช่องท้อง
เกิดจากความดันพอร์ทัลสูงและโปรตีนอัลบูมินต่ำ ทำให้ท้องป่องโตขึ้นเรื่อย ๆ และอาจต้องเจาะน้ำในช่องท้องซ้ำ
4. ดีซ่าน
เมื่อการทำงานของเซลล์ตับเสื่อมลงอย่างรุนแรง การเผาผลาญบิลิรูบินผิดปกติ ทำให้ผิวหนังและตาขาวมีสีเหลืองเข้มขึ้น เป็นสัญญาณว่าโรครุนแรงขึ้น
5. เลือดออกง่าย
เนื่องจากตับสร้างโปรตีนการแข็งตัวของเลือดลดลง ผู้ป่วยจึงมีเลือดออกง่าย เช่น เหงือกเลือดออก เลือดกำเดาไหล หรือผู้หญิงมีประจำเดือนมากกว่าปกติ
6. ขาบวม
โปรตีนในพลาสมาต่ำทำให้น้ำคั่งในเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะที่ขาทั้งสองข้าง ทำให้เดินหรือลำบาก
7. ฝ่ามือแดงและไฝแมงมุม
การเผาผลาญฮอร์โมนเอสโตรเจนผิดปกติทำให้บางรายมีฝ่ามือแดง หรือมีเส้นเลือดฝอยขยายตัวคล้ายไฝแมงมุมที่หน้าอก ใบหน้า หรือแขน
8. ความผิดปกติของสติและภาวะสมองจากตับ
เมื่อการทำงานของตับล้มเหลว สารพิษในร่างกายไม่ถูกกำจัดออก ทำให้เกิดผลกระทบต่อสมอง เช่น สมาธิสั้น พฤติกรรมผิดปกติ ง่วงนอน หรือแม้กระทั่งโคม่า
9. ผู้ชายมีเต้านมโตและสมรรถภาพทางเพศลดลง
ความผิดปกติของฮอร์โมนจากโรคตับแข็งทำให้ผู้ชายบางรายมีเต้านมโต อัณฑะฝ่อ และความต้องการทางเพศลดลง ส่งผลต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ครอบครัว
แม้อาการของโรคตับแข็งในระยะแรกจะไม่ชัดเจน แต่เมื่ออาการปรากฏมักหมายถึงโรครุนแรงแล้ว ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การแพทย์นานาชาติ Union Life แนะนำว่าการตรวจพบและแทรกแซงตั้งแต่เนิ่น ๆ ควบคู่กับการรักษาสมัยใหม่ เช่น การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ สามารถช่วยยืดอายุและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยได้