มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกเป็นมะเร็งที่เกิดในเยื่อบุโพรงมดลูก โดยมักพบในผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยหมดประจำเดือน โดยเฉพาะในผู้หญิงที่อายุมากกว่า 50 ปี มะเร็งชนิดนี้มีอัตราการเกิดสูงในประเทศยุโรปและอเมริกาเหนือ และเริ่มเพิ่มขึ้นในบางประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศจีน, ญี่ปุ่น และเกาหลี มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ แม้จะพบอัตราการเกิดต่ำ แต่ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามลำดับ
การไม่รักษามะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกในระยะเริ่มต้นจะทำให้เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะรอบๆ และอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายไปยังอวัยวะที่ห่างไกล เช่น ตับและปอด ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
ระยะที่ I: การจำกัดในท้องถิ่น, อาการไม่รุนแรง
มะเร็งจำกัดอยู่ในเยื่อบุโพรงมดลูกหรือชั้นกล้ามเนื้อของมดลูก ยังไม่แพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นๆ อาการมักจะเป็นเลือดออกจากช่องคลอดที่ไม่เป็นประจำ และอาจมีการเจ็บปวดเล็กน้อย การรักษาด้วยการผ่าตัดสามารถทำให้หายขาดได้ โดยอัตราการรอดชีวิตใน 5 ปีสูงถึง 85%-95%
ระยะที่ II: การลุกลามในท้องถิ่น, อาการเริ่มเด่นขึ้น
มะเร็งเริ่มลุกลามไปยังปากมดลูกหรืออวัยวะข้างเคียง อาการที่พบได้แก่ การออกเลือดผิดปกติจากช่องคลอด, ปวดท้องน้อย หรืออาการเบื่ออาหาร อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปีประมาณ 70%-80% การรักษามักใช้การผ่าตัดร่วมกับการรักษาด้วยรังสีหรือเคมีบำบัด
ระยะที่ III: การแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองในท้องถิ่น, อาการรุนแรง
มะเร็งแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองในบริเวณใกล้เคียง และเริ่มส่งผลกระทบต่ออวัยวะรอบๆ เช่น กระเพาะปัสสาวะหรือกระเพาะอาหาร อาการที่พบได้แก่ ปวดท้องน้อย, ปัสสาวะลำบาก หรือท้องอืด อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปีลดลงเหลือประมาณ 50%-60%
ระยะที่ IV: การแพร่กระจายไปยังอวัยวะห่างไกล, อาการซับซ้อน
มะเร็งได้แพร่กระจายไปยังอวัยวะห่างไกล เช่น ตับ, ปอด หรือกระดูก อาการจะรุนแรงขึ้น เช่น การออกเลือดจากช่องคลอดอย่างมาก, อาการเจ็บปวดที่รุนแรง และหายใจลำบาก การรักษาจะเน้นการใช้วิธีการรักษาด้วยการผสมผสาน เช่น การรักษาด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกันร่วมกับการรักษาด้วยเคมีบำบัดและรังสีบำบัด อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปีจะต่ำกว่า 30%
1. การออกเลือดผิดปกติจากช่องคลอด
อาการที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกคือการออกเลือดจากช่องคลอดที่ไม่เป็นประจำ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว ควรระมัดระวังหากมีการออกเลือดที่ผิดปกติ
2. ปวดท้องน้อยหรือไม่สบายบริเวณช่องท้อง
ผู้ป่วยในระยะเริ่มต้นอาจรู้สึกปวดท้องน้อย หรือรู้สึกไม่สบายในท้อง อาการอาจจะเป็นปวดแบบเล็กน้อยหรือเป็นระยะๆ และเพิ่มขึ้นในระยะหลังของโรค
3. มีสารคัดหลั่งจากช่องคลอดผิดปกติ
บางครั้งมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกสามารถทำให้มีสารคัดหลั่งจากช่องคลอดที่ผิดปกติ ซึ่งอาจมีสีผิดปกติหรือมีกลิ่นเหม็น อาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อหรือการตายของเนื้อเยื่อในบริเวณนั้น
4. การปัสสาวะลำบากหรือท้องผูก
หากมะเร็งแพร่กระจายไปยังกระเพาะปัสสาวะหรือท่อทางเดินอาหารอาจทำให้เกิดอาการปัสสาวะลำบากหรือท้องผูก โดยเฉพาะในระยะที่โรคลุกลาม
5. การลดน้ำหนักและอ่อนเพลีย
ในระยะท้ายของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ผู้ป่วยอาจลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วและรู้สึกอ่อนเพลียจากการสูญเสียสารอาหารและพลังงาน
6. ก้อนในอุ้งเชิงกรานและบวมที่ขา
บางกรณีผู้ป่วยอาจสัมผัสได้ถึงก้อนในอุ้งเชิงกราน หรือมีการบวมของขา ซึ่งบ่งชี้ถึงการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังเนื้อเยื่อรอบๆ
7. อาการท้องอืดและเบื่ออาหาร
ผู้ป่วยในระยะท้ายของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกอาจมีอาการท้องอืดและการสูญเสียความอยากอาหาร และอาจรู้สึกคลื่นไส้หรืออาเจียน
8. อาการอื่นๆ
บางรายอาจพบอาการต่างๆ เช่น มีไข้หรือโลหิตจาง ซึ่งบ่งชี้ถึงการแพร่กระจายของโรคหรือการติดเชื้อที่เกิดจากมะเร็ง
มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกเป็นมะเร็งที่มีอัตราการเกิดสูงในผู้หญิง และมักมีอาการเบื้องต้นที่ไม่เด่นชัด การตรวจพบในระยะแรกมีความสำคัญในการปรับปรุงอัตราการรอดชีวิต การรักษาด้วยเทคโนโลยีใหม่ เช่น การใช้เซลล์ภูมิคุ้มกัน ได้รับความสนใจอย่างมากในการรักษาผู้ป่วยในระยะที่ลุกลาม