กลับไปที่เมนู
ปิด
มะเร็งต่อมไทรอยด์
เมนู

ภาพรวมมะเร็งต่อมไทรอยด์

มะเร็งต่อมไทรอยด์เป็นเนื้องอกร้ายที่เกิดจากเซลล์ฟอลลิคูลาร์หรือเซลล์ C ของต่อมไทรอยด์ พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยหนุ่มสาว และยังสามารถเกิดในผู้สูงอายุได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก มักถูกตรวจพบก้อนที่คอระหว่างการตรวจสุขภาพ มะเร็งต่อมไทรอยด์มีหลายชนิด ที่พบบ่อย ได้แก่ มะเร็งชนิด papillay, follicular, medullary และ anaplastic โดยมะเร็งชนิด papillary พบบ่อยที่สุด และมีการพยากรณ์โรคที่ค่อนข้างดี

สถานการณ์การเกิดโรคทั่วโลก

อัตราการเกิดมะเร็งต่อมไทรอยด์ทั่วโลกเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น จีน สิงคโปร์ และเวียดนาม ก็มีรายงานอัตราการเพิ่มขึ้นเช่นกัน แนวโน้มการเกิดสูงนี้สัมพันธ์กับการใช้เทคนิคการตรวจภาพวินิจฉัยที่แพร่หลาย

อันตรายหลัก

1. อาการกดเบียดเฉพาะที่

เมื่อก้อนมะเร็งโตขึ้น อาจกดทับหลอดลมหรือหลอดอาหาร ทำให้หายใจลำบาก กลืนลำบาก หรือเสียงแหบ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประจำวัน

2. ความเสี่ยงในการแพร่กระจายสูง

มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งชนิด follicular และ anaplastic มีความรุนแรงและแพร่กระจายได้ง่าย อาจแพร่กระจายผ่านทางน้ำเหลืองหรือกระแสเลือดไปยังปอด กระดูก และอวัยวะอื่น ๆ

3. ความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำหลังผ่าตัด

แม้ว่าจะได้รับการผ่าตัดแล้ว แต่ผู้ป่วยบางรายยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำภายในไม่กี่ปี โดยเฉพาะในกรณีที่ขอบเขตของก้อนมะเร็งไม่ได้รับการประเมินอย่างครบถ้วนก่อนผ่าตัด

4. ส่งผลต่อการทำงานของต่อมไร้ท่อ

ผู้ป่วยที่ได้รับการตัดต่อมไทรอยด์จำเป็นต้องใช้ยาฮอร์โมนทดแทนตลอดชีวิต หากการควบคุมไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดความผิดปกติของการเผาผลาญหรือภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือด

วิธีการรักษาใหม่

การรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกันใหม่

การรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกันใหม่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย เพื่อจดจำและกำจัดเซลล์มะเร็ง เพิ่มอัตราการควบคุมโรคหลังผ่าตัดและลดความเสี่ยงของการกลับมาเป็นซ้ำ วิธีนี้ได้แสดงผลลัพธ์ที่ดีในมะเร็งหลายชนิด และกำลังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงในการกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่ได้ผลดีจากการรักษาแบบดั้งเดิม

ในระหว่างการรักษาจริง ผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับการผ่าตัด การฉายรังสี และเคมีบำบัด มักเผชิญกับปัญหาภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ความเสี่ยงติดเชื้อสูง และการฟื้นตัวที่ช้า ดังนั้น เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยทนต่อการรักษาได้ดียิ่งขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิต จึงจำเป็นต้องมีการจัดทำแผนการสร้างภูมิคุ้มกันใหม่ตามระยะเวลาอย่างเป็นระบบ

● แผนระยะสั้น:เพิ่มภูมิคุ้มกันอย่างรวดเร็วด้วยการให้เซลล์ภูมิคุ้มกัน เพื่อเสริมผลของการรักษา

● แผนระยะกลาง:ลดผลข้างเคียงของการรักษาแบบดั้งเดิม ส่งเสริมการฟื้นตัว และช่วยให้การรักษามาตรฐานเสร็จสิ้น

● แผนระยะยาว:สร้างภูมิคุ้มกันใหม่อย่างครอบคลุม ผ่านการสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันใหม่ ภูมิคุ้มกันลำไส้ การปรับสมดุลแร่ธาตุ และการบำบัดด้วยโภชนาการภูมิคุ้มกัน เพื่อยืดอายุการอยู่รอดและเพิ่มคุณภาพชีวิต

วิธีการรักษาแบบดั้งเดิม

1. การผ่าตัด

การผ่าตัดเป็นวิธีหลักในการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ รวมถึงการผ่าตัดบางส่วนหรือทั้งหมดของต่อมไทรอยด์ พร้อมการเลาะต่อมน้ำเหลืองที่คอ สำหรับมะเร็งชนิด papillary ระยะเริ่มต้น การผ่าตัดเพียงข้างเดียวก็เพียงพอ

2. การรักษาด้วยไอโอดีนกัมมันตรังสี

การรักษาเสริมหลังผ่าตัดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือการให้ไอโอดีนกัมมันตรังสี (I-131) เพื่อกำจัดเนื้อเยื่อต่อมไทรอยด์ที่เหลืออยู่หรือรอยโรคที่แพร่กระจาย เหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งชนิด papillary และ follicular

3. การรักษาแบบมุ่งเป้า

สำหรับผู้ป่วยระยะลุกลามหรือกลับมาเป็นซ้ำ ยาแบบมุ่งเป้า เช่น ยากลุ่ม tyrosine kinase inhibitors (TKIs) สามารถชะลอการลุกลามของโรค เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถผ่าตัดได้หรือไม่ได้ผลจากไอโอดีนกัมมันตรังสี

4. การรักษาแบบบุกรุกน้อย

ผู้ป่วยระยะเริ่มต้นบางรายหรือผู้ที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ อาจเลือกใช้การรักษาแบบบุกรุกน้อย เช่น การจี้ด้วยคลื่นความถี่วิทยุหรือเลเซอร์ มีข้อดีคือแผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็ว กำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ

สรุป

แม้ว่ามะเร็งต่อมไทรอยด์ส่วนใหญ่จะมีความรุนแรงต่ำ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพไม่ควรถูกมองข้าม การรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงทีเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ผู้เชี่ยวชาญจาก United Life International Medical Center เน้นว่า การตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ และการรักษาอย่างเหมาะสม สามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและยืดอายุของผู้ป่วยได้