กลับไปที่เมนู
ปิด
มะเร็งช่องคลอด
เมนู

อาการของมะเร็งช่องคลอด

มะเร็งช่องคลอดเป็นเนื้องอกร้ายปฐมภูมิที่เกิดขึ้นในเยื่อบุช่องคลอด ส่วนใหญ่เป็นมะเร็งเซลล์สความัส พบได้น้อยมากในบรรดามะเร็งนรีเวช มักเกิดในสตรีอายุมากกว่า 60 ปี หญิงสาวบางรายก็สามารถเกิดโรคนี้ได้จากการติดเชื้อ HPV โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงและคงอยู่นาน

ทั่วโลกพบอัตราการเกิดในสตรีวัยกลางคนและสูงอายุของสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และเยอรมนีค่อนข้างสูง ในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากการตรวจคัดกรองต่ำและการรับรู้ไม่เพียงพอ ผู้ป่วยจำนวนมากถูกวินิจฉัยในระยะกลางถึงปลาย ทำให้รักษายากและเสี่ยงต่อการกลับมาเป็นซ้ำ

ระยะของมะเร็งช่องคลอด

ระยะ I: จำกัดอยู่ที่ผนังช่องคลอด
มะเร็งยังจำกัดอยู่ภายในช่องคลอด ไม่ทะลุผ่านเยื่อบุหรือรุกรานอวัยวะใกล้เคียง ระยะนี้การผ่าตัดและรังสีรักษามีผลดี อัตราการรอดชีวิต 5 ปีสูงถึง 80%

ระยะ II: แพร่ไปยังเนื้อเยื่อรอบช่องคลอด
เนื้องอกลุกลามไปยังเนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบ ๆ ช่องคลอด แต่ยังไม่ถึงผนังกระดูกเชิงกราน ระยะนี้การรักษาพึ่งพารังสีรักษา อัตราการรอดชีวิต 5 ปีประมาณ 60%

ระยะ III: รุกรานโครงสร้างในอุ้งเชิงกราน
เซลล์มะเร็งรุกรานผนังกระดูกเชิงกรานหรือบริเวณกระดูกก้นกบ อาจมีผลต่อการขับถ่ายปัสสาวะ ต้องใช้การรักษาร่วมระหว่างเคมีบำบัดและรังสีรักษา อัตราการรอดชีวิต 5 ปีลดลงเหลือประมาณ 45%

ระยะ IV: การแพร่กระจายไปยังอวัยวะไกล
เนื้องอกแพร่กระจายไปยังกระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ตรง หรืออวัยวะไกล เช่น ปอดและตับ ระยะนี้รักษายากมาก ต้องอาศัยการรักษาแบบบูรณาการ อัตราการรอดชีวิต 5 ปีเพียงประมาณ 30%

รายละเอียดอาการของมะเร็งช่องคลอด

1. เลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ
เลือดออกทางช่องคลอดโดยไม่เจ็บปวดเป็นอาการแรกที่พบบ่อย มักเกิดหลังมีเพศสัมพันธ์หรือหลังวัยหมดประจำเดือน และมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นภาวะปกติ

2. ตกขาวมากผิดปกติ
มีตกขาวต่อเนื่อง อาจมีเลือดปนหรือกลิ่นเหม็น สีออกเทา เหลืองหรือเขียว ปริมาณมากขึ้นชัดเจน

3. เจ็บหรือไม่สบายระหว่างมีเพศสัมพันธ์
เนื้องอกกระตุ้นเนื้อเยื่อช่องคลอด ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดหรือแสบร้อนชัดเจนขณะมีเพศสัมพันธ์ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตทางเพศ

4. ปวดหน่วงหรือเจ็บท้องน้อย
ผู้ป่วยบางรายรู้สึกปวดหน่วงบริเวณอุ้งเชิงกรานหรือท้องน้อย อาจร้าวไปยังเอวหรือล่างท้อง และมักคงอยู่นาน

5. ปัสสาวะบ่อยหรือปวดปัสสาวะ
เมื่อเนื้องอกกดเบียดกระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะ อาจทำให้ปัสสาวะบ่อย สายปัสสาวะอ่อนแรง หรือปัสสาวะลำบาก

6. ท้องผูกหรือขับถ่ายลำบาก
เมื่อโรคเข้าสู่ระยะท้าย เนื้องอกอาจกดเบียดลำไส้ตรง ทำให้ถ่ายยาก ท้องผูก หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด บางรายอาจมีอุจจาระปนเลือด

7. กลิ่นเหม็นผิดปกติในช่องคลอด
เมื่อเนื้องอกตายและติดเชื้อ จะปล่อยกลิ่นเหม็นรุนแรง กลิ่นผิดปกติในช่องคลอดเป็นอาการที่พบบ่อยในระยะท้าย

8. ก้อนที่ปากช่องคลอดหรือฝีเย็บ
ผู้ป่วยบางรายสามารถคลำพบก้อนแข็งเล็ก ๆ บริเวณปากช่องคลอดหรือฝีเย็บ ระยะแรกก้อนมักเรียบ แต่ภายหลังอาจแตก

9. ขาบวม
เมื่อเซลล์มะเร็งลุกลามเข้าสู่ระบบน้ำเหลือง อาจทำให้เกิดอาการบวมที่ขาข้างเดียวหรือสองข้าง โดยเฉพาะเมื่อเคลื่อนไหว

10. อ่อนเพลียและน้ำหนักลด
การเสียเลือดเรื้อรังและความผิดปกติของการเผาผลาญทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้า น้ำหนักลด และเบื่ออาหาร เป็นอาการของภาวะสิ้นเปลืองพลังงาน

11. อารมณ์แปรปรวนผิดปกติ
ผู้ป่วยบางรายมีอารมณ์หงุดหงิด วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือมีปัญหาการนอน จากความกังวลต่อโรคและผลของฮอร์โมน

12. ต่อมน้ำเหลืองโต
สามารถคลำพบต่อมน้ำเหลืองโตในขาหนีบหรืออุ้งเชิงกราน บ่งชี้ว่าเซลล์มะเร็งได้แพร่กระจายไปยังบริเวณดังกล่าวแล้ว

สรุป

ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การแพทย์นานาชาติ United Life เตือนว่า: อาการระยะแรกของมะเร็งช่องคลอดมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคนรีเวชทั่วไป ควรใส่ใจเป็นพิเศษต่อสัญญาณ เช่น เลือดออกหลังวัยหมดประจำเดือนหรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ กลุ่มเสี่ยงควรตรวจสุขภาพนรีเวชและตรวจ HPV เป็นประจำ การรักษาแต่เนิ่น ๆ สามารถเพิ่มโอกาสการรักษาสำเร็จได้มาก การใช้การรักษาแบบบูรณาการรวมถึงการสร้างระบบภูมิคุ้มกันใหม่ นำความหวังและโอกาสการอยู่รอดมาสู่ผู้ป่วยมากขึ้น