กลับไปที่เมนู
ปิด
มะเร็งต่อมไทรอยด์
เมนู

การวินิจฉัยมะเร็งต่อมไทรอยด์

มะเร็งต่อมไทรอยด์เป็นเนื้องอกร้ายที่มีต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อต่อมไทรอยด์ อัตราการเกิดโรคเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในเพศหญิง อาการระยะแรกมักไม่ชัดเจนและมักถูกมองข้าม หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที อาจลุกลามไปยังกระเพาะลม หลอดอาหาร หรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น เป็นอันตรายต่อชีวิต การวินิจฉัยทั่วไปต้องอาศัยอัลตราซาวด์ การเจาะตรวจด้วยเข็มเล็ก และการตรวจทางรังสี เพื่อระบุชนิดและระยะของโรค เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการกำหนดแผนการรักษาต่อไป

เกณฑ์การวินิจฉัย

1. การตรวจอัลตราซาวด์ (วิธีคัดกรองเบื้องต้น)
อัลตราซาวด์ต่อมไทรอยด์เป็นเครื่องมือคัดกรองที่ใช้บ่อยที่สุด สามารถแสดงขนาด รูปร่าง ขอบเขต และการมีหินปูนของก้อนเนื้อได้อย่างชัดเจน ก้อนเนื้อร้ายมักมีลักษณะเป็นเสียงสะท้อนต่ำ ขอบเขตไม่ชัดเจน รูปร่างผิดปกติ และมีจุดหินปูนเล็ก ๆ ระบบการให้คะแนน TI-RADS สามารถใช้แบ่งระดับความเสี่ยงและช่วยตัดสินใจว่าควรเจาะชิ้นเนื้อหรือไม่

2. การเจาะตรวจด้วยเข็มเล็ก (FNA) (กุญแจสำคัญในการยืนยัน)
การเจาะตรวจด้วยเข็มเล็กเป็นมาตรฐานทองคำในการวินิจฉัยมะเร็งต่อมไทรอยด์ ภายใต้การนำทางด้วยอัลตราซาวด์ แพทย์จะเจาะเอาตัวอย่างเนื้อเยื่อออกมาและตรวจด้วยวิธีเซลล์วิทยาเพื่อตัดสินว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ ขั้นตอนนี้ทำได้ง่าย แผลเล็ก เหมาะสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่สงสัยว่ามีความเสี่ยง ผลการตรวจสามารถจัดระดับได้ตามระบบ Bethesda เพื่อเป็นแนวทางในการรักษา

3. การประเมินทางรังสี (การช่วยประเมินขอบเขตก้อนเนื้อ)
สำหรับผู้ป่วยที่เตรียมเข้ารับการผ่าตัดหรือได้รับการยืนยันแล้ว จำเป็นต้องตรวจ CT หรือ MRI บริเวณคอเพื่อประเมินว่ามีก้อนเนื้อลุกลามไปยังกระเพาะลม หลอดอาหาร หรือเส้นเลือดใกล้เคียงหรือไม่ นอกจากนี้ยังใช้ CT ทรวงอกเพื่อตรวจหาการแพร่กระจายไปยังปอด และการตรวจสแกนกระดูกหรือ PET-CT เพื่อตรวจหาการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ระบุระยะของโรค และใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางการรักษา

4. การตรวจทางซีรั่ม (การตรวจเสริม)
การตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ในเลือด (เช่น TSH, FT3, FT4) แม้ไม่สามารถใช้ยืนยันการวินิจฉัยโรคมะเร็งได้โดยตรง แต่ช่วยให้เข้าใจถึงการทำงานโดยรวมของต่อมไทรอยด์ นอกจากนี้ระดับ Thyroglobulin (Tg) ยังมีความสำคัญต่อการติดตามการกลับมาเป็นซ้ำในผู้ป่วยมะเร็งชนิด papillary และ follicular หลังผ่าตัด

5. ตัวบ่งชี้ระดับโมเลกุลและการตรวจยีน (เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย)
สำหรับก้อนเนื้อที่ไม่สามารถยืนยันด้วยเซลล์วิทยาได้ สามารถตรวจหาตัวบ่งชี้ระดับโมเลกุล เช่น การกลายพันธุ์ของ BRAF, RET/PTC, RAS เพื่อช่วยในการแยกแยะก้อนเนื้อดีและร้าย เพิ่มความแม่นยำของการเจาะตรวจด้วยเข็มเล็ก เทคโนโลยีการวินิจฉัยแบบแม่นยำเหล่านี้ยังช่วยเป็นแนวทางสำหรับการรักษาเฉพาะบุคคล เช่น การรักษาด้วยเซลล์สร้างภูมิคุ้มกันใหม่

บทสรุป

ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การแพทย์นานาชาติยูไนเต็ดไลฟ์เตือนว่า การวินิจฉัยมะเร็งต่อมไทรอยด์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นต้องอาศัยการตรวจอัลตราซาวด์และการเจาะตรวจด้วยเข็มเล็ก ร่วมกับการประเมินทางรังสีและการตรวจยีนเพื่อเพิ่มความแม่นยำ การใช้หลายวิธีร่วมกันเป็นกุญแจสำคัญในการวางแผนการรักษาที่มีประสิทธิภาพและเพิ่มอัตราการหายขาด