มะเร็งอัณฑะเป็นเนื้องอกร้ายที่เกิดจากเซลล์สืบพันธุ์ในอัณฑะ แบ่งออกเป็นชนิดเซมิโนมาและไม่ใช่เซมิโนมา พบมากในผู้ชายอายุ 15–45 ปี กลุ่มคนหนุ่มถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เมื่อเทียบกับเนื้องอกในผู้ชายชนิดอื่น มะเร็งอัณฑะมีการพยากรณ์โรคที่ดีกว่าและมีอัตราการหายสูง กุญแจสำคัญอยู่ที่การตรวจพบและการรักษาแต่เนิ่น ๆ
ทั่วโลกพบอัตราการเกิดสูงในประเทศยุโรปเหนือ เยอรมนี นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องได้แก่ การสัมผัสฮอร์โมนจากสิ่งแวดล้อม ภาวะอัณฑะไม่ลงถุง และประวัติกรรมพันธุ์ของครอบครัว โรคนี้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว จึงควรระวังสัญญาณตั้งแต่เนิ่น ๆ
ระยะ I: จำกัดอยู่ภายในอัณฑะ
เนื้องอกยังไม่ทะลุออกนอกอัณฑะและยังไม่ลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น อัตราการรอดชีวิต 5 ปีเกินกว่า 95% การรักษาหลักคือการผ่าตัดเอาอัณฑะออก พยากรณ์โรคดี
ระยะ II: ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงได้รับผลกระทบ
เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหลังช่องท้อง แต่ยังไม่ลุกลามไปยังอวัยวะไกล การรักษาจำเป็นต้องใช้การฉายรังสีหรือเคมีบำบัดร่วมด้วย อัตราการรอดชีวิต 5 ปีประมาณ 80%–90%
ระยะ III: มีการแพร่กระจายไกล
เนื้องอกได้แพร่กระจายไปยังปอด ตับ หรืออวัยวะไกลอื่น ๆ ต้องได้รับเคมีบำบัดแบบระบบและอาจพิจารณาการรักษาด้วยสเต็มเซลล์เสริม อัตราการรอดชีวิต 5 ปีลดลงเหลือประมาณ 60%
ระยะ IV: การแพร่กระจายหลายอวัยวะ
เป็นระยะที่พบไม่บ่อย เนื้องอกแพร่กระจายกว้างขวางไปยังหลายระบบในร่างกาย การรักษามีความซับซ้อน ต้องใช้การรักษาแบบบูรณาการ อัตราการรอดชีวิต 5 ปีต่ำกว่า 50%
1. ก้อนอัณฑะที่ไม่เจ็บ
ผู้ป่วยส่วนใหญ่พบก้อนหรือความแข็งผิดปกติในอัณฑะข้างหนึ่งโดยไม่เจ็บ ก้อนจะค่อย ๆ โตขึ้น ผิวเรียบหรืออาจไม่สม่ำเสมอเล็กน้อย
2. อาการปวดหรือรู้สึกหนักที่อัณฑะ
ระหว่างที่เนื้องอกโตขึ้น ผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดหรือหนักในอัณฑะ อาการจะเด่นชัดเมื่อเดินหรือออกกำลังกาย
3. ขนาดอัณฑะไม่เท่ากัน
ในระยะแรกอัณฑะข้างหนึ่งอาจโตขึ้นหรือแข็งขึ้น ทำให้เห็นความไม่สมมาตร เป็นสัญญาณภายนอกที่สำคัญในการตรวจพบเร็ว
4. ถุงอัณฑะมีน้ำหรือผิดรูป
เนื้องอกอาจกระตุ้นให้เกิดน้ำในถุงอัณฑะ ทำให้ถุงอัณฑะโตหรือผิดรูป บางรายมีผิวหนังถุงอัณฑะตึง
5. ปวดตื้อบริเวณเอวหรือหลัง
เมื่อเซลล์มะเร็งลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองหลังช่องท้อง ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดตื้อเรื้อรังบริเวณเอวหรือหลัง
6. ไม่สบายหรือบวมที่ขาหนีบ
ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเจ็บหรือคลำได้ก้อนในขาหนีบ บ่งชี้ถึงการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง
7. หายใจลำบากหรือเจ็บหน้าอก
หากเนื้องอกแพร่ไปยังปอด อาจทำให้มีอาการหายใจลำบาก ไอ หรือเจ็บหน้าอก ซึ่งควรระวังอย่างมาก
8. เต้านมผู้ชายโตผิดปกติ
มะเร็งอัณฑะบางชนิดสามารถหลั่งฮอร์โมน hCG กระตุ้นให้เนื้อเยื่อเต้านมโต ทำให้เกิดภาวะเต้านมโตผิดปกติในผู้ชาย
9. ความผิดปกติของน้ำอสุจิ
เนื่องจากความผิดปกติของการหลั่งฮอร์โมน น้ำอสุจิอาจเปลี่ยนแปลงทั้งสี ปริมาณ หรือความหนืด ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์
10. สมรรถภาพทางเพศลดลง
ผู้ป่วยมักมีภาวะความต้องการทางเพศลดลง การแข็งตัวล้มเหลว หรือคุณภาพชีวิตทางเพศลดลง จากระดับเทสโทสเตอโรนที่ต่ำลง
11. น้ำหนักลดและอ่อนเพลีย
ระหว่างการดำเนินโรค ผู้ป่วยอาจน้ำหนักลดลงชัดเจน มีอาการอ่อนแรง ซึ่งกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
12. ภาวะซึมเศร้าและความกังวล
เมื่อเผชิญกับเนื้องอกระบบสืบพันธุ์ ผู้ป่วยจำนวนมากมีภาระทางจิตใจสูง มักมีอาการวิตกกังวลหรือซึมเศร้า
ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การแพทย์นานาชาติ United Life เตือนว่า: แม้มะเร็งอัณฑะจะมีอัตราการหายสูง แต่อาการไม่ชัดเจนทำให้พลาดโอกาสการรักษาได้ง่าย หากผู้ชายพบก้อนที่อัณฑะหรืออาการปวด ควรรีบพบแพทย์ทันทีและทำการตรวจทางภาพและการตรวจสารบ่งชี้มะเร็งในเลือด การใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การรักษาด้วยการสร้างระบบภูมิคุ้มกันใหม่ มีความหวังในการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและการพยากรณ์ระยะยาว