กลับไปที่เมนู
ปิด
มะเร็งเมลโลมหลายจุด
เมนู

อาการของมัลติเพิลมัยอีโลมา

กลุ่มผู้ป่วยมัลติเพิลมัยอีโลมา

มัลติเพิลมัยอีโลมาเป็นมะเร็งในระบบเลือดชนิดหนึ่ง มีลักษณะเด่นคือพลาสมาเซลล์ผิดปกติในไขกระดูกเพิ่มจำนวนมากขึ้น โรคนี้มักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นตามอายุ ทั่วโลกพบมากในยุโรปและอเมริกาเหนือ

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย แม้อัตราการเกิดโรคจะต่ำกว่า แต่ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่กระดูกหัก ไตวาย และภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอื่น ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและอายุขัยของผู้ป่วย

ระยะของมัลติเพิลมัยอีโลมา

ระยะ I (ระยะเริ่มต้น)
ปริมาณเซลล์มะเร็งยังไม่มาก การทำลายกระดูกเล็กน้อย อาการไม่เด่นชัด อาจมีอาการปวดกระดูกเล็กน้อย ระยะนี้ตอบสนองต่อการรักษาได้ดี อัตราการรอดชีวิต 5 ปีอยู่ที่ประมาณ 80%–90%

ระยะ II (ระยะกลาง)
เกิดความเสียหายของกระดูกมากขึ้น ผู้ป่วยมีอาการปวดกระดูกระดับปานกลางและโลหิตจาง ร่วมกับไตทำงานลดลงเล็กน้อย คุณภาพชีวิตลดลง อัตราการรอดชีวิต 5 ปีประมาณ 50%–70%

ระยะ III (ระยะลุกลาม)
มีการทำลายกระดูกอย่างกว้างขวาง กระดูกหัก โลหิตจางรุนแรง และไตเสื่อม ผู้ป่วยอ่อนแรงมากขึ้น อัตราการรอดชีวิต 5 ปีอยู่ที่ 20%–40%

ระยะ IV (ระยะสุดท้าย)
โรคลุกลามกระทบหลายอวัยวะ เนื้องอกแพร่กระจายรุนแรง อันตรายถึงชีวิต การรักษาให้ผลจำกัด อัตราการรอดชีวิต 5 ปีต่ำกว่า 10%

รายละเอียดอาการของมัลติเพิลมัยอีโลมา

1. ปวดกระดูกต่อเนื่อง
เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด มักพบที่กระดูกสันหลัง ซี่โครง และกระดูกยาว ปวดจากเล็กน้อยจนเป็นปวดเรื้อรังรุนแรง ทำให้การใช้ชีวิตและการนอนหลับลำบาก

2. กระดูกหักง่าย
กระดูกที่ถูกทำลายมีความเปราะบาง เพียงแรงกระแทกเล็กน้อยก็อาจหักได้ กระดูกหักทำให้อาการปวดรุนแรงและการเคลื่อนไหวถูกจำกัด

3. อาการโลหิตจาง
ไขกระดูกถูกแทนที่ด้วยพลาสมาเซลล์ผิดปกติ ทำให้การสร้างเม็ดเลือดลดลง ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หน้าซีด และหัวใจเต้นผิดปกติ

4. การทำงานของไตบกพร่อง
โปรตีนผิดปกติที่เกิดจากมะเร็งสะสมในท่อไต ทำให้เกิดภาวะไตเสื่อม ผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะน้อย บวม และความดันโลหิตสูง จำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

5. ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
ระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลาย ผู้ป่วยติดเชื้อง่าย มีไข้บ่อย และมักเกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ปอดบวม หากรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

6. ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง
เมื่อกระดูกถูกทำลายจะปล่อยแคลเซียมออกมาในเลือด ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก และกระหายน้ำ บางรายอาจมีอาการสับสนหรือผิดปกติทางจิต

7. อาการกดทับเส้นประสาท
เนื้องอกที่กดทับไขสันหลังหรือรากประสาท ทำให้แขนขาชา เจ็บแปลบ หรือเคลื่อนไหวลำบาก หากรุนแรงอาจเดินไม่ได้

8. น้ำหนักลดลง
โรคเรื้อรังและการเผาผลาญผิดปกติทำให้เบื่ออาหาร ขาดสารอาหาร น้ำหนักลดลง และร่างกายอ่อนแอ

9. ต่อมน้ำเหลืองโต
ผู้ป่วยบางรายมีต่อมน้ำเหลืองโต คลำได้ก้อนแข็ง ไม่เจ็บ แสดงว่าโรคอาจลุกลาม ต้องตรวจเพิ่มเติม

สรุป

ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การแพทย์นานาชาติ United Life เตือนว่า มัลติเพิลมัยอีโลมาเป็นโรคร้ายแรง แต่หากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ และการรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะการสร้างระบบภูมิคุ้มกันใหม่ จะช่วยปรับปรุงการพยากรณ์โรคและคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก ผู้ป่วยควรใส่ใจต่ออาการระยะแรกและรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการลุกลามของโรค การตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอและการดูแลสุขภาพเชิงรุกคือกุญแจสำคัญในการควบคุมโรคนี้