โรคข้อไหล่ติด หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ฟรอสเทนสะเดอร์" (Frozen Shoulder) เป็นการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุข้อไหล่ ซึ่งจะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดและข้อไหล่มีการเคลื่อนไหวจำกัด หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โรคนี้สามารถทำให้ข้อไหล่สูญเสียการเคลื่อนไหวถาวรได้ การวินิจฉัยโรคข้อไหล่ติดจะใช้การสอบถามประวัติ, การตรวจร่างกาย, การประเมินทางฟังก์ชัน และการตรวจด้วยภาพ
ผู้ป่วยมักมีอาการเจ็บปวดบริเวณไหล่โดยเฉพาะในตอนกลางคืนหรือเวลามีการเปลี่ยนแปลงอากาศ อาการปวดจะค่อยๆ รุนแรงขึ้นและมีการจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อไหล่
● อาการปวดมักจะเริ่มจากช่วงที่มีการเคลื่อนไหวและลดลงในช่วงพัก
● บางรายอาจมีการจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อไหล่โดยไม่สามารถยกแขนขึ้นเหนือระดับไหล่หรือหมุนแขนได้ตามปกติ
แพทย์จะตรวจสอบการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ เช่น การยกแขนขึ้น, การหมุนข้อ, และการยืดข้อ เพื่อดูว่ามีการจำกัดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติหรือไม่
● การตรวจการยืดแขนออกไปข้างหน้าและการหมุนแขนในทิศทางต่างๆ เพื่อประเมินความยืดหยุ่นของข้อไหล่
● การตรวจสอบว่าไม่มีอาการบวมหรือความตึงบริเวณไหล่
การตรวจภาพช่วยในการวินิจฉัยการเสื่อมสภาพของข้อไหล่และการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น โดยการตรวจ MRI หรือการใช้รังสีสามารถให้ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับภาวะการเสื่อมของกระดูกอ่อนและการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นได้
● การตรวจ X-ray: ใช้ในการแยกโรคกระดูกและมองหาการเสื่อมของกระดูกสะบ้า
● การตรวจ MRI: การตรวจ MRI ช่วยให้เห็นถึงการเสื่อมของกระดูกอ่อน, การอักเสบของเนื้อเยื่อ, หรือการบาดเจ็บของเอ็นในข้อไหล่
การตรวจอัลตราซาวด์สามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำในข้อ, การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ, และการสังเกตพฤติกรรมของเนื้อเยื่อรอบข้อไหล่ การตรวจอัลตราซาวด์มีความละเอียดสูงในการแยกโรคที่เกี่ยวกับการอักเสบของข้อไหล่
การใช้แบบทดสอบการประเมินฟังก์ชัน (เช่น แบบทดสอบ Constant หรือ DASH) ช่วยให้ทราบถึงระดับการจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อไหล่และประเมินความรุนแรงของโรคเพื่อเลือกแผนการรักษาที่เหมาะสม
บางกรณีแพทย์อาจใช้การทดสอบเฉพาะเช่น การฉีดยาชาเข้าไปในข้อเพื่อประเมินการตอบสนองของอาการ ถ้าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นจากการฉีดยาชา จะช่วยยืนยันการวินิจฉัยข้อไหล่ติด
การวินิจฉัยโรคข้อไหล่ติดต้องอาศัยการสังเกตอาการที่เกิดขึ้น การตรวจร่างกาย การตรวจภาพทางการแพทย์ และการทดสอบต่างๆ การวินิจฉัยที่เร็วและแม่นยำสามารถช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพและลดอาการเจ็บปวดหรือข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ได้ การแทรกแซงตั้งแต่เนิ่นๆ มีความสำคัญต่อการฟื้นฟูการทำงานของข้อไหล่