โรคเบาหวานเป็นโรคการเผาผลาญที่มีลักษณะเด่นคือระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง มักเกิดจากการขาดอินซูลินหรือการใช้ประโยชน์จากอินซูลินผิดปกติ ภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวข้องกับหลายระบบอวัยวะ เช่น หัวใจและสมอง เส้นประสาท ไต และจอประสาทตา พบได้ในเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตไม่สมดุล รับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง
ปัจจุบันโรคเบาหวานยังคงมีอัตราสูงขึ้นทั่วโลก ประเทศที่มีผู้ป่วยมากได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน และอินเดีย ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย อัตราการเกิดโรคสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากผลของการขยายตัวของเมือง ภาระโรคเพิ่มขึ้นอย่างมาก กระทบต่อสุขภาพของประชากร
1. อาการน้ำตาลในเลือดสูง "สามมาก หนึ่งน้อย"
อาการแบบดั้งเดิมได้แก่ กระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย หิวมาก และน้ำหนักลด เป็นสัญญาณแรกเริ่มที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของการเผาผลาญจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง ต้องให้ความสำคัญ
2. การติดเชื้อผิวหนังและอาการคัน
ผู้ป่วยเบาหวานมีภูมิคุ้มกันลดลงและสภาวะน้ำตาลในเลือดสูงทำให้ผิวหนังอ่อนแอ ติดเชื้อง่าย เช่น การติดเชื้อราที่ผิวหนัง ผิวแห้งคัน หรือรูขุมขนอักเสบ พบได้บ่อยในผู้หญิงและผู้สูงอายุ
3. การมองเห็นไม่ชัดและการเปลี่ยนแปลงของสายตา
ระดับน้ำตาลสูงทำให้เส้นเลือดฝอยที่จอประสาทตาเสียหาย ระยะแรกมักมีอาการมองเห็นไม่ชัด หรือสายตาผันผวน หากไม่รักษาอาจพัฒนาเป็นโรคจอประสาทตาเบาหวานและตาบอด
4. มือเท้าชาและรู้สึกเสียวซ่า
โรคปลายประสาทจากเบาหวานมักแสดงออกด้วยอาการชาหรือเสียวซ่าที่มือและเท้า รู้สึกแสบร้อน โดยเฉพาะตอนกลางคืน บางรายรู้สึกเหมือนมีมดไต่หรือไวต่ออุณหภูมิลดลง
5. แผลหายช้า
ผู้ป่วยเบาหวานมีการไหลเวียนเลือดบกพร่องและภูมิคุ้มกันลดลง ทำให้แม้แผลเล็ก ๆ ก็หายช้า และเสี่ยงติดเชื้อรุนแรง อาจพัฒนาเป็น "เท้าเบาหวาน"
6. ความผิดปกติทางเพศ
โรคเบาหวานมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนเพศและการส่งสัญญาณประสาท ผู้ชายมักมีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ส่วนผู้หญิงอาจมีความต้องการทางเพศลดลงหรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
7. การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำซ้อน
ผู้หญิงที่เป็นเบาหวานมักเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือท่อปัสสาวะอักเสบบ่อย เนื่องจากปัสสาวะที่มีน้ำตาลสูงเป็นแหล่งอาหารที่ดีของเชื้อโรค
8. อ่อนแรงและเหนื่อยง่าย
ผู้ป่วยเบาหวานมักรู้สึกกำลังลดลง สมาธิสั้น และแม้พักผ่อนเพียงพอก็ยังเหนื่อยง่าย เกิดจากความผิดปกติของการเผาผลาญพลังงานและการขาดน้ำในเนื้อเยื่อ
9. เวียนศีรษะตอนเช้าหรืออาการน้ำตาลต่ำ
บางราย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาเบาหวานหรือฉีดอินซูลิน อาจมีภาวะน้ำตาลต่ำ แสดงออกด้วยอาการเหงื่อออก ใจสั่น เวียนศีรษะ หิว และรุนแรงอาจหมดสติ
อาการของโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนไม่ได้จำกัดเพียงระดับน้ำตาลในเลือดที่ผิดปกติ แต่ยังส่งผลต่อหลายระบบในร่างกาย ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การแพทย์นานาชาติ Union Life แนะนำว่า หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและจัดการอย่างเหมาะสม การควบคุมระดับน้ำตาลอย่างมีวิทยาศาสตร์และการป้องกันภาวะแทรกซ้อนตั้งแต่เนิ่น ๆ คือกุญแจสำคัญในการรักษาโรคเบาหวานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต