กลับไปที่เมนู
ปิด
มะเร็งกระบวนปัสสาวะ
เมนู

อาการของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกที่มีต้นกำเนิดจากเยื่อบุผิว พบมากบริเวณเยื่อบุของกระเพาะปัสสาวะ ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ การสูบบุหรี่เป็นเวลานาน การสัมผัสสารเคมี และการอักเสบเรื้อรังของกระเพาะปัสสาวะ พบมากในผู้ชายวัยกลางคนและสูงอายุ ประเทศแถบยุโรปและอเมริกา เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฝรั่งเศส เป็นพื้นที่ที่มีอัตราสูง ส่วนประเทศในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ มีอัตราการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและมลพิษสิ่งแวดล้อม มะเร็งในระยะลุกลามสามารถแพร่กระจายกว้าง ส่งผลรุนแรงต่อการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะ คุณภาพชีวิต และสภาพจิตใจของผู้ป่วย

ระยะของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

ระยะ I: มะเร็งจำกัดอยู่ที่เยื่อบุ
เซลล์มะเร็งจำกัดเฉพาะชั้นเยื่อบุของกระเพาะปัสสาวะ ยังไม่ลุกลามสู่ชั้นกล้ามเนื้อ แสดงออกด้วยปัสสาวะเป็นเลือดแบบเป็นครั้งคราว การผ่าตัดผ่านกล้องให้ผลดี อัตราการรอดชีวิต 5 ปีสูงถึง 90%

ระยะ II: ลุกลามเข้าสู่ชั้นกล้ามเนื้อ
เนื้องอกเข้าสู่ชั้นกล้ามเนื้อของผนังกระเพาะปัสสาวะ อาการรุนแรงขึ้น ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดร่วมกับรังสีรักษา อัตราการรอดชีวิต 5 ปีประมาณ 60%–70% หากควบคุมได้ทันยังสามารถเก็บรักษาการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ

ระยะ III: รุกรานสู่อวัยวะใกล้เคียง
เซลล์มะเร็งทะลุผนังกระเพาะปัสสาวะ แพร่ไปยังต่อมลูกหมาก มดลูก หรือโครงสร้างรอบข้าง ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดขนาดใหญ่ร่วมกับเคมีบำบัด อัตราการรอดชีวิต 5 ปีลดลงเหลือ 40%–50%

ระยะ IV: ระยะแพร่กระจายไกล
เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังปอด กระดูก และตับ ผู้ป่วยมีอาการทั่วร่างกาย พยากรณ์โรคไม่ดี การรักษามุ่งเน้นที่การยืดอายุและบรรเทาอาการ อัตราการรอดชีวิต 5 ปีต่ำกว่า 20%

รายละเอียดอาการของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

1. ปัสสาวะเป็นเลือดโดยไม่เจ็บ
อาการที่พบบ่อยที่สุดในระยะแรก ปัสสาวะมีสีแดงจางหรือแดงสด โดยไม่มีอาการปวด ปรากฏเป็นครั้งคราว มักเข้าใจผิดว่าเป็นการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเล็กน้อย

2. ปัสสาวะบ่อยและปวดปัสสาวะเร่งด่วน
การระคายเคืองที่ผนังกระเพาะปัสสาวะทำให้มีอาการปัสสาวะบ่อยและเร่งด่วน แม้กระเพาะปัสสาวะยังไม่เต็มก็รู้สึกอยากปัสสาวะ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต

3. ปัสสาวะลำบากหรือปัสสาวะเป็นเส้นเล็ก
เนื้องอกอุดกั้นทางออกของกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะลำบาก สายปัสสาวะเล็กหรือขาดตอน ต้องเบ่งแรงถึงจะปัสสาวะออก

4. ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน
ความจุกระเพาะปัสสาวะลดลง ทำให้ต้องลุกขึ้นปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน กระทบคุณภาพการนอนหลับ เป็นอาการที่พบบ่อยในระยะโรคก้าวหน้า

5. ปัสสาวะเจ็บและแสบร้อน
ผู้ป่วยบางรายมีอาการเจ็บแสบเวลาปัสสาวะ โดยเฉพาะเมื่อเนื้องอกร่วมกับการติดเชื้อหรือรุกรานสามเหลี่ยมกระเพาะปัสสาวะ

6. กลิ่นหรือความขุ่นของปัสสาวะผิดปกติ
เมื่อรอยโรคตายหรือมีการติดเชื้อ ปัสสาวะจะมีกลิ่นเหม็นหรือมีหนองปน เป็นสัญญาณสำคัญของภาวะแทรกซ้อนจากเนื้องอก

7. ปวดหน่วงหรือปวดท้องน้อย
เนื้องอกกดหรือรุกรานผนังกระเพาะปัสสาวะ ทำให้มีอาการปวดหน่วงต่อเนื่อง ตำแหน่งปวดไม่ชัด มักพบร่วมกับอาการปัสสาวะบ่อย

8. ก้อนเลือดในปัสสาวะ
เมื่อปริมาณเลือดออกมากขึ้น จะเห็นก้อนเลือดในปัสสาวะ บางครั้งเป็นก้อนยาวคล้ายท่อ ทำให้รู้สึกไม่สบายเวลาขับออก

9. ปัสสาวะไม่ออก
เมื่อเนื้องอกอุดกั้นรุนแรง อาจทำให้ปัสสาวะออกไม่ได้ เกิดการคั่งปัสสาวะเฉียบพลัน ต้องรีบแก้ไขทันที

10. ปวดเอวและภาวะไตบวมน้ำข้างเดียว
เนื้องอกอุดกั้นปากท่อไต ทำให้ปัสสาวะไหลย้อน เกิดภาวะไตบวมน้ำ แสดงออกด้วยอาการปวดเอวข้างเดียวหรือปวดบิด

11. อ่อนเพลียและเบื่ออาหาร
ในระยะท้ายของโรค เนื้องอกเผาผลาญพลังงานมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยน้ำหนักลด เบื่ออาหาร และอ่อนเพลีย

12. อาการปวดกระดูกหรือการแพร่กระจายสู่กระดูก
เมื่อเซลล์มะเร็งแพร่ไปยังกระดูก จะทำให้ปวดกระดูกเรื้อรังหรือกระดูกหักจากพยาธิสภาพ เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยในระยะท้าย

13. มีก้อนที่ขาหนีบหรือเชิงกราน
การแพร่กระจายของต่อมน้ำเหลืองทำให้เกิดก้อน คลำได้เป็นก้อนแข็ง เจ็บหรือไม่สบาย เป็นสัญญาณว่ามะเร็งแพร่กระจาย

14. ภาวะโลหิตจางและผิวซีด
การเสียเลือดเรื้อรังและการสิ้นเปลืองพลังงานจากมะเร็งทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ผู้ป่วยมีอาการหน้าซีด เวียนศีรษะ และอ่อนแรง

15. ความวิตกกังวลและปัญหาทางจิตใจ
ความผิดปกติของการปัสสาวะและการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง อาจก่อให้เกิดความวิตกกังวล ซึมเศร้า หรือความกลัว จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือทางจิตใจ

สรุป

ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การแพทย์นานาชาติ United Life เตือนว่า: มะเร็งกระเพาะปัสสาวะมักเริ่มจากปัสสาวะเป็นเลือดโดยไม่เจ็บ ซึ่งมักถูกมองข้าม หากพบความผิดปกติของการปัสสาวะ เลือดในปัสสาวะ หรืออาการปวดท้องน้อย ควรรีบไปพบแพทย์และตรวจคัดกรองด้วยการส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ การตรวจทางภาพ และการตรวจเซลล์ในปัสสาวะ การรักษาอย่างถูกต้องร่วมกับการสร้างระบบภูมิคุ้มกันใหม่ สามารถนำความหวังใหม่ให้แก่ผู้ป่วยระยะกลางถึงปลาย ยืดอายุและเพิ่มคุณภาพชีวิต