มะเร็งทวารหนักส่วนใหญ่เป็นมะเร็งเซลล์สความัส เกิดจากเยื่อบุทวารหนัก สาเหตุมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการติดเชื้อ HPV แม้โรคนี้จะไม่พบได้บ่อย แต่ในกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่ปลอดภัย พบอัตราการเกิดโรคสูงขึ้น ประเทศตะวันตกอย่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และออสเตรเลียมีรายงานจำนวนมาก ขณะที่ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเช่นกัน
อันตรายหลักของมะเร็งทวารหนัก ได้แก่ การทำลายท้องถิ่น การแพร่กระจายทางต่อมน้ำเหลือง และการลุกลามไปยังอวัยวะไกล เมื่อตัวเนื้องอกลุกลามเข้าสู่กล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก จะทำให้เกิดอาการปวด ถ่ายอุจจาระลำบาก หรือแม้แต่กลั้นไม่ได้ ผู้ป่วยระยะท้ายมีโอกาสติดเชื้อ แผลเป็นแผลเรื้อรังและมีเลือดออก ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของชีวิตอย่างรุนแรง
ระยะ I: จำกัดอยู่ที่เยื่อบุทวารหนัก
รอยโรคยังไม่ลุกลามไปยังก้ามเนื้อหูรูด อาการยังเล็กน้อย ระยะนี้การรักษามีผลดีที่สุด ผ่าตัดหรือรังสีรักษาให้อัตราการหายสูง อัตราการรอดชีวิต 5 ปีมากกว่า 80%
ระยะ II: ลุกลามเข้าสู่กล้ามเนื้อหูรูดแต่ยังไม่กระจายไปต่อมน้ำเหลือง
เซลล์มะเร็งแพร่ไปยังก้ามเนื้อหูรูด แต่ยังไม่ถึงต่อมน้ำเหลือง การรักษาต้องใช้การฉายรังสีร่วมกับเคมีบำบัด อัตราการรอดชีวิต 5 ปีประมาณ 60%–70%
ระยะ III: ต่อมน้ำเหลืองบริเวณได้รับผลกระทบ
รอยโรคลุกลามถึงต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง ต้องใช้การผ่าตัด เคมีบำบัด และรังสีรักษาร่วมกัน ระยะนี้รักษาซับซ้อน อัตราการรอดชีวิต 5 ปีประมาณ 40%–50%
ระยะ IV: การแพร่กระจายไปยังอวัยวะไกล
เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังปอด ตับ และอวัยวะอื่น ๆ การรักษาเน้นที่การชะลอโรค อัตราการรอดชีวิต 5 ปีน้อยกว่า 20% พยากรณ์โรคไม่ดี
1. เลือดออกทางทวารหนักโดยไม่เจ็บ
อาการระยะแรกคือมีเลือดสดออกเล็กน้อยระหว่างหรือหลังถ่ายอุจจาระ มักเข้าใจผิดว่าเป็นริดสีดวงหรือท้องผูก ทำให้การวินิจฉัยล่าช้า
2. ปวดต่อเนื่องบริเวณทวารหนัก
เมื่อเนื้องอกโตขึ้น จะทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังบริเวณทวารหนักหรือฝีเย็บ โดยเฉพาะเวลาถ่ายอุจจาระหรือนั่งนาน ต้องให้ความสำคัญ
3. ก้อนหรือแผลที่ทวารหนัก
อาจเกิดก้อนแข็งบริเวณผิวเนื้องอก บางรายมีแผลเรื้อรัง มีน้ำซึมหรือเนื้อตาย มีกลิ่นผิดปกติหรือเลือดออกเล็กน้อย แสดงถึงโรคกำลังลุกลาม
4. ความผิดปกติของการขับถ่ายและถ่ายบ่อย
เนื้องอกกดเบียดทวารหนัก ทำให้รู้สึกอยากถ่ายบ่อย แต่ถ่ายได้น้อย รู้สึกถ่ายไม่สุด หรืออุจจาระมีขนาดเล็กลง
5. ของเหลวมีหนองปนเลือด
เมื่อรอยโรคแตก อาจมีของเหลวที่มีหนองและเลือดปน มีกลิ่นเหม็น มักเข้าใจผิดว่าเป็นฝีทวารหรือริดสีดวงติดเชื้อ
6. ท้องผูกหรือถ่ายอุจจาระลำบาก
เนื้องอกกดเบียดทำให้ถ่ายลำบาก ท้องผูก กลไกการถ่ายผิดปกติ ผู้ป่วยบางรายต้องใช้เครื่องช่วยขับถ่าย
7. ต่อมน้ำเหลืองขาหนีบบวม
เซลล์มะเร็งอาจแพร่ไปยังต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ ทำให้ข้างเดียวหรือสองข้างบวม แข็ง และเจ็บปวด เป็นสัญญาณสำคัญของการแพร่กระจาย
8. ขาบวมหรือรู้สึกหนัก
เมื่อเนื้องอกกดทับระบบน้ำเหลืองหรือหลอดเลือด จะทำให้ขาบวมข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง รู้สึกหนัก โดยเฉพาะเวลาขยับ
9. น้ำหนักลดและอ่อนเพลีย
การทำลายของเนื้องอกและการเสียเลือดเรื้อรังนำไปสู่ภาวะโลหิตจางและความผิดปกติของการเผาผลาญ ผู้ป่วยจะอ่อนเพลียและน้ำหนักลดลงอย่างมาก
10. ความกังวลและปัญหาการนอน
เมื่อเผชิญการวินิจฉัยมะเร็งและอาการต่อเนื่อง ผู้ป่วยมักเกิดความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า และนอนไม่หลับ ส่งผลเสียต่อการฟื้นฟู
ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การแพทย์นานาชาติ United Life เน้นว่า: อาการระยะแรกของมะเร็งทวารหนัก เช่น เลือดออก ปวด หรือมีก้อน ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรอง การตรวจด้วยภาพทางการแพทย์ การตัดชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา และการตรวจ HPV สามารถช่วยยืนยันการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาแบบบูรณาการ รวมถึงการสร้างระบบภูมิคุ้มกันใหม่ การตรวจพบเร็วและการรักษาเร็วเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มอัตราการหายและคุณภาพชีวิต