มะเร็งกระเพาะอาหารเป็นเนื้องอกมะเร็งที่เกิดขึ้นในเยื่อบุผิวกระเพาะอาหาร มักเป็นมะเร็งชนิดเซลล์ต่อม ซึ่งมีอัตราการเกิดและเสียชีวิตสูงในระบบทางเดินอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหารนี้มักพบในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะในผู้ที่มีประวัติการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูงและเส้นใยต่ำ, หรือมีประวัติการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
ในภูมิภาคเอเชีย มะเร็งกระเพาะอาหารพบได้บ่อย โดยเฉพาะในประเทศจีน, ญี่ปุ่น และเกาหลี ซึ่งมีอัตราการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารสูงกว่าในประเทศตะวันตก ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนาม, ไทย และฟิลิปปินส์ ก็มีอัตราการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารสูงเช่นกัน เนื่องจากนิสัยการบริโภคอาหารและการตรวจคัดกรองที่ไม่เพียงพอ อาการในระยะแรกมักไม่ชัดเจน มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการของโรคกระเพาะหรือการย่อยอาหารไม่ดี
ระยะที่ I: การจำกัดในท้องถิ่น, อัตราการรอดชีวิตสูง
มะเร็งกระเพาะอาหารระยะที่ I จะจำกัดอยู่ในเยื่อบุผิวหรือชั้นใต้เยื่อบุของกระเพาะอาหาร โดยไม่มีการแพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะข้างเคียง อาการในระยะแรกมักมีอาการท้องอืดเล็กน้อยหรือท้องแน่น หลังการผ่าตัดสามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิต 5 ปีถึง 85%-90%
ระยะที่ II: การลุกลามในท้องถิ่น, อาการเริ่มเด่นขึ้น
มะเร็งในระยะที่ II ได้ลุกลามไปยังชั้นกล้ามเนื้อของผนังกระเพาะอาหาร แต่ยังไม่มีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง อาการเริ่มชัดเจนขึ้น เช่น ปวดท้องส่วนบน, อิ่มเร็ว, และอ่อนเพลีย การรักษาด้วยการผ่าตัดและเคมีบำบัดร่วมกันทำให้มีอัตราการรอดชีวิต 5 ปีประมาณ 55%-70%
ระยะที่ III: การแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองในท้องถิ่น
ในระยะที่ III มะเร็งได้แพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองในบริเวณใกล้เคียงแล้ว อาการจะรุนแรงขึ้น เช่น การลดน้ำหนัก, เบื่ออาหาร, และการมีเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร อัตราการรอดชีวิตในระยะนี้ลดลงเหลือประมาณ 30%-45%
ระยะที่ IV: การแพร่กระจายไปยังอวัยวะไกล, การรักษาที่ยาก
ในระยะที่ IV มะเร็งได้แพร่กระจายไปยังอวัยวะที่ห่างไกล เช่น ตับ, ปอด หรือกระดูก อาการจะรุนแรงขึ้น เช่น ดีซ่าน, การสูญเสียธาตุอาหาร, และการมีปวดท้องอย่างรุนแรง การรักษาจะเน้นการบรรเทาอาการและการยืดอายุการอยู่รอด โดยมักใช้เทคโนโลยีการรักษาด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกันร่วมกับการรักษาด้วยรังสีและเคมีบำบัด อัตราการรอดชีวิตในระยะนี้ต่ำกว่า 10%
1. อาการไม่สบายที่ท้องส่วนบนหรือปวดท้องส่วนบน
อาการที่พบได้บ่อยที่สุดในระยะแรกคือปวดท้องส่วนบน โดยมักจะเกิดขึ้นหลังจากการรับประทานอาหาร ผู้ป่วยอาจรู้สึกท้องอืดหรือมีอาการท้องแน่น ซึ่งอาจถูกมองว่าเป็นการย่อยอาหารไม่ดีหรือโรคกระเพาะ
2. เบื่ออาหารและการลดน้ำหนัก
เมื่อมะเร็งกระเพาะอาหารมีผลกระทบต่อระบบการย่อยอาหาร ผู้ป่วยมักรู้สึกเบื่ออาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันสูง หรืออาหารที่มีกลิ่นแรง การลดน้ำหนักในระยะเวลาอันสั้นโดยที่ไม่มีสาเหตุจากการอดอาหารหรือการออกกำลังกาย ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม
3. คลื่นไส้และอาเจียน
มะเร็งกระเพาะอาหารอาจทำให้เกิดการอุดตันของกระเพาะอาหารหรือการเคลื่อนไหวของอาหารที่ไม่ปกติ ผู้ป่วยอาจมีอาการคลื่นไส้และอาเจียน โดยเฉพาะหลังจากรับประทานอาหาร
4. การเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร
ในบางกรณีเนื้องอกอาจทำให้เกิดการแตกของเนื้อเยื่อภายในกระเพาะอาหาร ซึ่งทำให้เกิดการเลือดออกในกระเพาะอาหาร อาการนี้อาจแสดงออกมาเป็นอุจจาระที่มีสีดำหรือเหมือนถ่าน
5. ดีซ่านและอาการคันที่ผิวหนัง
เมื่อเนื้องอกกระทบกับท่อน้ำดีและขัดขวางการไหลของน้ำดี การสะสมของน้ำดีในร่างกายอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีซ่าน เช่น การมีสีเหลืองที่ตาขาวและผิวหนัง และอาการคันอย่างรุนแรง
6. การเปลี่ยนแปลงการขับถ่าย
การลดลงของการผลิตน้ำดีและกระบวนการย่อยอาหารทำให้เกิดการขับถ่ายที่ไม่ปกติ เช่น อุจจาระที่มีความผิดปกติ เช่น อุจจาระเหลวหรือมีมูกปน
7. อาการปวดหลัง
ในระยะสุดท้ายผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดหลังที่รุนแรง โดยเฉพาะเมื่อมะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะใกล้เคียง เช่น ตับอ่อน
8. โลหิตจางและอ่อนเพลีย
จากการสูญเสียเลือดเรื้อรังและการขาดสารอาหาร ผู้ป่วยมักพบอาการโลหิตจาง เช่น หน้าซีด, เวียนศีรษะ, อ่อนเพลีย และหายใจลำบาก
9. การบวมที่ท้องขวาบน
บางผู้ป่วยอาจพบการบวมที่ท้องขวาบน ซึ่งมักเกิดจากการที่มะเร็งกระเพาะอาหารแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ
10. อาการจากการแพร่กระจายไปยังอวัยวะไกล
เมื่อมะเร็งกระเพาะอาหารแพร่กระจายไปยังปอดหรือกระดูก ผู้ป่วยอาจมีอาการไอเรื้อรังและเจ็บหน้าอก หรือมีอาการปวดที่กระดูก
มะเร็งกระเพาะอาหารมีอาการที่หลากหลายและมักไม่ชัดเจนในระยะแรก ทำให้การวินิจฉัยผิดพลาดได้ง่าย การตรวจพบในระยะแรกสามารถเพิ่มโอกาสในการรักษาและยืดอายุผู้ป่วยได้