กลับไปที่เมนู
ปิด
อักเสบต่อมลูกหมาก
เมนู

การวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากอักเสบ

โรคต่อมลูกหมากอักเสบเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้ชาย โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 20 ถึง 50 ปี หากไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่อาการปวดเรื้อรัง ความผิดปกติทางเพศ และแม้กระทั่งภาวะมีบุตรยาก การวินิจฉัยอาศัยการซักประวัติ การตรวจร่างกาย การตรวจน้ำหลั่งต่อมลูกหมาก และการตรวจทางภาพถ่าย เพื่อระบุสาเหตุและจัดประเภทของโรค เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการรักษา

เกณฑ์การวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากอักเสบ

1. การซักประวัติ

แพทย์จะสอบถามอาการปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะเร่งด่วน ปัสสาวะแสบขัด รวมถึงอาการไม่สบายบริเวณท้องน้อย การเจ็บที่ฝีเย็บหรือขณะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อประเมินเบื้องต้นว่าเกี่ยวข้องกับโรคต่อมลูกหมากหรือไม่ และแยกโรคอื่น ๆ ในระบบทางเดินปัสสาวะ

2. การตรวจทางทวารหนักด้วยนิ้ว (DRE)

ใช้การตรวจด้วยนิ้วผ่านทวารหนักเพื่อตรวจดูว่าต่อมลูกหมากมีอาการเจ็บ บวม หรือก้อนแข็งหรือไม่ โรคเรื้อรังมักคลำได้เนื้อนิ่มหรือเจ็บเล็กน้อย ส่วนระยะเฉียบพลันจะบวมชัดเจนและเจ็บมาก

3. การตรวจน้ำหลั่งต่อมลูกหมาก

นำของเหลวที่ได้หลังการนวดต่อมลูกหมากมาตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อตรวจดูจำนวนเม็ดเลือดขาวและความหนาแน่นของเลซิทินบอดี หากเม็ดเลือดขาวสูงบ่งบอกว่ามีการอักเสบ และหากเลซิทินบอดีลดลงอาจสะท้อนถึงการทำงานของต่อมลูกหมากที่บกพร่อง

4. การวิเคราะห์ปัสสาวะ

การตรวจปัสสาวะทั่วไปสามารถพบเม็ดเลือดขาว แบคทีเรีย หรือสัญญาณการติดเชื้ออื่น ๆ การทดสอบสามแก้วช่วยแยกโรคต่อมลูกหมากอักเสบออกจากโรคท่อปัสสาวะอักเสบหรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

5. การเพาะเชื้อและการทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะ

การเพาะเชื้อจากน้ำหลั่งต่อมลูกหมากหรือปัสสาวะเพื่อระบุชนิดของเชื้อที่ก่อโรค และเลือกยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะในโรคต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

6. การตรวจ PSA

แอนติเจนเฉพาะต่อมลูกหมาก (PSA) เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของสภาพต่อมลูกหมาก ในโรคต่อมลูกหมากอักเสบ PSA อาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่สูงเท่ามะเร็งต่อมลูกหมาก ช่วยแยกประเภทของโรคได้

7. การตรวจทางภาพถ่าย

อัลตราซาวด์หรือ MRI ใช้ประเมินขนาด รูปร่าง และโครงสร้างรอบ ๆ ต่อมลูกหมาก เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น ก้อนหรือหินปูน ช่วยยืนยันการวินิจฉัย

8. การประเมินคะแนนความเจ็บปวดในอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง

ใช้แบบประเมิน NIH-CPSI เพื่อประเมินความรุนแรงของอาการและผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง ช่วยในการจัดประเภทโรคและประเมินประสิทธิภาพการรักษา

บทสรุป

การวินิจฉัยที่แม่นยำของโรคต่อมลูกหมากอักเสบมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรเทาอาการและการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การแพทย์นานาชาติ Union Life เน้นว่าการตรวจพบอาการอักเสบตั้งแต่เนิ่น ๆ และทำการตรวจวินิจฉัยอย่างครบถ้วน ช่วยลดการกลับมาเป็นซ้ำ ปรับปรุงประสิทธิภาพการรักษา และเพิ่มคุณภาพชีวิต