กลับไปที่เมนู
ปิด
สินโดรมช่วงก่อนหมดประจำเดือน
เมนู

การวินิจฉัยภาวะรอบหมดประจำเดือน

ภาวะรอบหมดประจำเดือนคือกลุ่มอาการที่เกิดจากความผันผวนของฮอร์โมนในช่วงก่อนและหลังหมดประจำเดือน มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นปัญหาทางอารมณ์หรือจิตใจ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและแทรกแซงตั้งแต่ระยะแรก อาจพัฒนาไปสู่โรคเรื้อรัง เช่น โรคกระดูกพรุน ภาวะซึมเศร้า และความดันโลหิตสูง ในทางคลินิกใช้วิธีการสอบถามอาการ ตรวจระดับฮอร์โมน ตรวจทางภาพถ่าย และการวินิจฉัยโดยการตัดโรคอื่นร่วมกัน เพื่อยืนยันการมีภาวะนี้

เกณฑ์การวินิจฉัยภาวะรอบหมดประจำเดือน

1. การวิเคราะห์อาการทางคลินิก

อาศัยอาการที่ผู้ป่วยบอก เช่น ประจำเดือนผิดปกติ อารมณ์แปรปรวน ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน และปัญหาการนอน หากอาการเหล่านี้คงอยู่เกิน 6 เดือนและกระทบต่อคุณภาพชีวิต ควรสงสัยภาวะนี้

2. การตรวจระดับฮอร์โมน

ค่าฮอร์โมน FSH ในเลือดที่สูงขึ้น และเอสโตรเจน (E2) ที่ลดลง เป็นตัวบ่งชี้สำคัญ ความผันผวนของระดับฮอร์โมนสามารถช่วยยืนยันได้ว่าผู้หญิงเข้าสู่ภาวะรอบหมดประจำเดือน

3. การประเมินรูปแบบประจำเดือน

ตรวจสอบว่ามีความผิดปกติของรอบเดือน เช่น รอบยาวขึ้น รอบสั้นลง หรือปริมาณเลือดเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญในการวินิจฉัยระยะแรก

4. การตัดโรคอื่นออก

จำเป็นต้องตัดโรคที่มีอาการใกล้เคียง เช่น ภาวะไทรอยด์ทำงานผิดปกติ โรคซึมเศร้า และเบาหวาน เพื่อลดความผิดพลาดในการวินิจฉัย

5. การตรวจความหนาแน่นของกระดูก

ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดโรคกระดูกพรุนเนื่องจากระดับเอสโตรเจนลดลง การตรวจความหนาแน่นของกระดูกสามารถช่วยประเมินผลกระทบของโรคนี้ต่อสุขภาพกระดูก

6. การตรวจอัลตราซาวด์อุ้งเชิงกราน

ใช้ประเมินความหนาของเยื่อบุมดลูก การทำงานของรังไข่ และช่วยตัดโรคโครงสร้างมดลูก เช่น ก้อนเนื้องอก

7. การประเมินการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด

ความผันผวนของฮอร์โมนในผู้หญิงวัยนี้อาจทำให้เกิดอาการใจสั่นหรือความดันโลหิตผิดปกติ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและระดับไขมันในเลือดสามารถช่วยประเมินได้อย่างครบถ้วน

8. การประเมินสภาพจิตใจด้วยแบบสอบถาม

ใช้แบบสอบถามประเมินอาการวัยหมดประจำเดือน (เช่น KMI) เพื่อวัดความรุนแรงของอาการและช่วยแพทย์วางแผนการรักษาที่เหมาะสม

9. การประเมินประวัติครอบครัวและวิถีชีวิต

สอบถามว่ามีประวัติครอบครัวที่มีภาวะหมดประจำเดือนก่อนวัย ภาวะซึมเศร้า หรือความดันโลหิตสูง รวมถึงพฤติกรรมการกิน การพักผ่อน และความเครียด ซึ่งช่วยประกอบการวินิจฉัย

สรุป

อาการของภาวะรอบหมดประจำเดือนมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงได้มาก ไม่สามารถยืนยันได้ด้วยเกณฑ์เดียว ศูนย์การแพทย์นานาชาติ Union Life แนะนำว่า หากผู้หญิงมีอาการต่อเนื่อง ควรเข้ารับการตรวจประเมินอย่างครอบคลุมและใช้การรักษาแบบเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต