มะเร็งตับอ่อนมักเกิดจากเซลล์ในท่อน้ำดีภายในตับอ่อน เป็นมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงในกลุ่มมะเร็งระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะในประเทศตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป บางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น สิงคโปร์, มาเลเซีย, และไทยก็พบอัตราการเกิดมะเร็งนี้สูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากการสูบบุหรี่และการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม
การตรวจพบมะเร็งตับอ่อนในระยะแรกจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา และการลดอัตราการเสียชีวิต มะเร็งตับอ่อนมักไม่ได้แสดงอาการในระยะเริ่มต้น ทำให้ผู้ป่วยมักได้รับการวินิจฉัยเมื่อมะเร็งอยู่ในระยะล่าช้า
ระยะที่ I: เนื้องอกจำกัด, โอกาสรอดสูง
เนื้องอกจำกัดอยู่ภายในตับอ่อน ไม่มีการแพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียงหรืออวัยวะอื่น ๆ การรักษาในระยะนี้ได้ผลดี อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปีสูงถึง 30%-40%
ระยะที่ II: การแพร่กระจายในพื้นที่ใกล้เคียง, อาการเพิ่มขึ้น
มะเร็งเริ่มขยายไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะใกล้เคียง เช่น ลำไส้หรือท่อน้ำดี อาการที่พบคือ การมีดีซ่านหรืออาการปวดท้องเล็กน้อย อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปีลดลงเหลือ 15%-25%
ระยะที่ III: การกระจายไปยังเส้นเลือด, อาการรุนแรง
มะเร็งกระจายไปยังหลอดเลือดหลักในตับอ่อน อาการปวดท้องจะรุนแรงขึ้นและมีอาการอื่นๆ เช่น การกลืนลำบาก อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปีลดลงเหลือ 5%-10%
ระยะที่ IV: การแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ, อาการรุนแรงมากขึ้น
มะเร็งกระจายไปยังอวัยวะห่างไกล เช่น ตับ, ปอด หรือกระดูก การรักษามุ่งเน้นที่การบรรเทาอาการและการเพิ่มคุณภาพชีวิต อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปีต่ำกว่า 5%
1. อาการปวดท้อง
อาการปวดมักเกิดที่ส่วนกลางของท้องหรือหลัง และอาจทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อโรคลุกลามไปยังอวัยวะรอบๆ
2. ดีซ่าน
ดีซ่านเกิดจากการที่มะเร็งบีบคัดท่อทางเดินน้ำดี ทำให้เกิดการสะสมของน้ำดีในร่างกาย ผู้ป่วยจะมีอาการผิวและตาขาวเป็นสีเหลือง
3. น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
ผู้ป่วยมักสูญเสียน้ำหนักอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน ซึ่งสะท้อนถึงการทำงานที่ผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร
4. อาการเบื่ออาหารและคลื่นไส้
เนื่องจากการขัดขวางการย่อยอาหาร ผู้ป่วยจะรู้สึกเบื่ออาหารและคลื่นไส้ โดยเฉพาะเมื่อรับประทานอาหาร
5. อาการเหนื่อยล้า
ผู้ป่วยมักรู้สึกอ่อนเพลียจากการขาดสารอาหารและพลังงาน ซึ่งทำให้พวกเขามีพลังงานไม่เพียงพอในการทำกิจกรรมประจำวัน
6. อาการใหม่ของโรคเบาหวาน
บางรายอาจเริ่มมีอาการของโรคเบาหวาน เช่น การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ยากขึ้น เป็นสัญญาณของการเสียหายของเซลล์ผลิตอินซูลินในตับอ่อน
7. ก้อนในท้องและท้องอืด
ในระยะท้ายของมะเร็ง ผู้ป่วยอาจรู้สึกก้อนในช่องท้องและท้องอืด ซึ่งบ่งบอกถึงการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังอวัยวะอื่น ๆ
มะเร็งตับอ่อนเป็นโรคที่ร้ายแรงและพบได้ในผู้ป่วยที่มักจะมาพบแพทย์ในระยะที่โรคกระจายแล้ว การรักษาด้วยการผ่าตัด, การบำบัดด้วยรังสี, และเคมีบำบัดร่วมกับเซลล์ภูมิคุ้มกันเป็นวิธีที่สามารถปรับปรุงการรักษาให้ดียิ่งขึ้น การตรวจพบในระยะแรกจะช่วยให้สามารถรักษาและยืดอายุผู้ป่วยได้