มะเร็งรังไข่มีแหล่งกำเนิดจากเนื้อเยื่อในรังไข่ เป็นมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงในระบบสืบพันธุ์หญิง มักมีสาเหตุจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม, ระดับฮอร์โมน, และปัจจัยสิ่งแวดล้อม โรคนี้พบได้บ่อยในประเทศทางตะวันตก โดยเฉพาะในอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก การค้นพบมะเร็งรังไข่ในระยะเริ่มต้นดีขึ้นในบางประเทศ เนื่องจากมีการคัดกรองและการรักษาที่ดีขึ้น
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศไทย, มาเลเซีย และเวียดนาม อัตราการเกิดมะเร็งรังไข่กำลังเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากขาดการคัดกรองในระยะเริ่มต้นและขาดความตระหนักในเรื่องสุขภาพของผู้หญิง มะเร็งรังไข่ไม่เพียงแต่คุกคามสุขภาพชีวิตของผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังสร้างภาระหนักให้แก่ครอบครัวและสังคม
ระยะที่ I: เนื้องอกจำกัด, พยากรณ์ดี
เนื้องอกจำกัดอยู่ที่รังไข่ข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง ยังไม่แพร่กระจายไปยังบริเวณอื่น ๆ อาการในระยะนี้มักจะเล็กน้อย การรักษามักได้ผลดี อัตราการรอดชีวิต 5 ปีสูงถึง 85%-90%
ระยะที่ II: การกระจายไปยังอวัยวะใกล้เคียง, อาการเพิ่มขึ้น
เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ในอุ้งเชิงกราน เช่น มดลูกหรือท่อนำไข่ อาการเพิ่มขึ้น เช่น ปวดท้อง, ท้องอืด อัตราการรอดชีวิต 5 ปีประมาณ 70%-75%
ระยะที่ III: การกระจายไปยังเยื่อบุช่องท้องและต่อมน้ำเหลือง
เนื้องอกแพร่กระจายไปยังเยื่อบุช่องท้องและต่อมน้ำเหลือง อาการจะรุนแรงขึ้น เช่น การปวดท้อง, ท้องอืด, อาเจียน อัตราการรอดชีวิต 5 ปีลดลงเหลือ 40%-50%
ระยะที่ IV: การแพร่กระจายไปยังอวัยวะห่างไกล, อาการรุนแรง
เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะห่างไกล เช่น ตับ, ปอด หรือกระดูก อาการรุนแรงและอันตราย อัตราการรอดชีวิต 5 ปีต่ำกว่า 20%
1. ท้องอืดเรื้อรัง
ท้องอืดเป็นอาการที่พบได้บ่อยในระยะแรกของมะเร็งรังไข่ เนื่องจากเนื้องอกในช่องท้อง ทำให้เกิดการสะสมของของเหลวในช่องท้อง การอาการท้องอืดจะรุนแรงขึ้นในตอนเย็น
2. ปวดในอุ้งเชิงกรานและท้องน้อย
อาการปวดในอุ้งเชิงกรานและท้องน้อยเป็นอาการที่พบได้บ่อย อาการมักเป็นการปวดแบบทื่อหรืออาการเจ็บที่เพิ่มขึ้นเมื่อเคลื่อนไหว อาจรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน
3. การมีอาการเกี่ยวกับการปัสสาวะ
เนื้องอกในรังไข่สามารถกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะบ่อย, ปัสสาวะขัด, และบางครั้งอาจมีอาการเจ็บเมื่อปัสสาวะ
4. การเปลี่ยนแปลงในการขับถ่าย
เนื้องอกในรังไข่อาจกดทับต่อมต่างๆ ในช่องท้อง ทำให้เกิดอาการท้องผูกสลับกับท้องเสีย หรือมีอาการเบ่งยากและอาจมีเลือดออกจากทวารหนัก
5. การเบื่ออาหารและน้ำหนักลด
ผู้ป่วยมักรู้สึกเบื่ออาหารและอาจมีการสูญเสียน้ำหนักอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกระบวนการย่อยอาหารที่ได้รับผลกระทบจากมะเร็ง
6. ประจำเดือนผิดปกติ
บางผู้ป่วยอาจมีประจำเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ หรืออาจมีเลือดออกจากช่องคลอดหลังจากหมดประจำเดือน ซึ่งบ่งชี้ถึงการรบกวนจากมะเร็งต่อระบบฮอร์โมน
7. อ่อนเพลียและน้ำหนักลด
การมีอาการอ่อนเพลียอย่างต่อเนื่องและการลดน้ำหนักที่ไม่มีสาเหตุ อาจเกิดจากการที่มะเร็งส่งผลกระทบต่อการเผาผลาญอาหารในร่างกาย
8. การสัมผัสก้อนในท้อง
ในระยะสุดท้าย ผู้ป่วยอาจสัมผัสได้ถึงก้อนเนื้อในช่องท้องซึ่งอาจมาพร้อมกับน้ำในท้อง อาการนี้บ่งชี้ถึงการขยายขนาดของเนื้องอกที่แพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นๆ
มะเร็งรังไข่เป็นโรคที่อันตรายและพบได้บ่อยในผู้หญิง การตรวจพบโรคในระยะแรกช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้มีประสิทธิภาพ หากมีอาการท้องอืด, ปวดในอุ้งเชิงกราน, หรือประจำเดือนผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจสอบและรักษาได้อย่างทันท่วงที