กลับไปที่เมนู
ปิด
มะเร็งเนื้อเยื่อกระดูก
เมนู

อาการของมะเร็งกระดูก

คำอธิบายของโรคและกลุ่มผู้ป่วย

มะเร็งกระดูกเป็นเนื้องอกร้ายที่เกิดจากเซลล์ของกระดูก พบมากในวัยรุ่นและเด็ก โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในช่วงการเจริญเติบโตของกระดูก มักเกิดที่กระดูกยาว เช่น กระดูกต้นขา กระดูกหน้าแข้ง และกระดูกต้นแขน เนื้องอกจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำลายโครงสร้างกระดูกและอาจลุกลามสู่เนื้อเยื่อรอบข้าง ทำให้การทำงานของกระดูกผิดปกติ

ทั่วโลก มะเร็งกระดูกพบมากในประเทศยุโรปและอเมริกา โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้วที่มีการวินิจฉัยและรักษาที่ทันสมัย ขณะที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยกลุ่มวัยรุ่นได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากทรัพยากรทางการแพทย์ยังไม่ทั่วถึง การรักษาจึงมีความแตกต่างกัน หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที อาจทำให้เกิดกระดูกหัก ปวดรุนแรง และอันตรายถึงชีวิต

ระยะของมะเร็งกระดูก

ระยะ I: มะเร็งกระดูกจำกัดเฉพาะที่
เนื้องอกยังอยู่เฉพาะในกระดูกต้นกำเนิด ไม่ลุกลามสู่เนื้อเยื่อรอบข้างหรืออวัยวะอื่น ผู้ป่วยในระยะนี้สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดหายขาดได้ อัตราการรอดชีวิต 5 ปีอยู่ที่ประมาณ 70%–80% การวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ มีความสำคัญต่อการพยากรณ์โรค

ระยะ II: ระยะลุกลามเฉพาะที่
เนื้องอกเริ่มลุกลามผ่านเยื่อหุ้มกระดูกไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียง ทำให้ก้อนโตขึ้นอย่างชัดเจน ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดร่วมกับเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา อัตราการรอดชีวิต 5 ปีลดลงเหลือประมาณ 50%–60%

ระยะ III: ระยะกระจายเฉพาะที่
เซลล์มะเร็งกระจายไปยังกระดูกข้างเคียงหรือต่อมน้ำเหลือง ผู้ป่วยมีอาการชัดเจนขึ้น การรักษาซับซ้อนมากขึ้น อัตราการรอดชีวิต 5 ปีประมาณ 30%–40% จำเป็นต้องใช้การรักษาเข้มข้น

ระยะ IV: ระยะแพร่กระจายไกล
เนื้องอกแพร่กระจายไปยังอวัยวะไกล โดยเฉพาะปอด ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงและอันตรายถึงชีวิต อัตราการรอดชีวิต 5 ปีน้อยกว่า 10% การรักษามุ่งเน้นที่การยืดอายุและบรรเทาอาการ

รายละเอียดอาการของมะเร็งกระดูก

1. ปวดกระดูกเฉพาะที่ต่อเนื่อง
อาการแรกเริ่มของมะเร็งกระดูกคือปวดบริเวณที่เป็นโรคแบบเรื้อรัง ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลางคืนหรือหลังออกกำลังกาย มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการบาดเจ็บจากกีฬา ทำให้วินิจฉัยล่าช้า

2. บวมและก้อนที่กระดูก
เมื่อเนื้องอกโตขึ้นจะทำให้บริเวณที่เป็นโรคบวม มีก้อนแข็งที่คลำได้ อาจมีอาการปวดกดร่วมด้วย ผิวหนังรอบข้างแดงหรือร้อน

3. การเคลื่อนไหวจำกัด
หากเนื้องอกรุกรานไปยังข้อต่อ จะทำให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวลำบาก ข้อติดแข็ง และอาการปวดรุนแรงขึ้นหลังใช้งานนาน ๆ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต

4. กระดูกเปราะและหักง่าย
เมื่อกระดูกถูกทำลายอย่างมาก กระดูกจะเปราะและหักได้ง่าย แม้เกิดจากแรงเพียงเล็กน้อย เรียกว่า “กระดูกหักจากพยาธิ” มักมีอาการปวดและบวมรุนแรง

5. อาการทั่วไปของร่างกาย
ผู้ป่วยบางรายมีน้ำหนักลด มีไข้ต่ำ ๆ ต่อเนื่อง เหนื่อยล้า หรือมีเหงื่อออกตอนกลางคืน แสดงถึงภาระของโรคที่มากขึ้นหรืออาจมีการแพร่กระจาย

6. การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังและแผล
เมื่อเนื้องอกกดทับหลอดเลือดและน้ำเหลือง อาจทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นแดง บวม และในรายที่รุนแรงอาจเกิดแผลมีของเหลวซึมออกมา

7. ต่อมน้ำเหลืองโต
หากเซลล์มะเร็งแพร่ไปยังต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง อาจคลำพบก้อนที่โตและเจ็บ ก้อนเหล่านี้บ่งชี้ถึงการแพร่กระจาย

8. อาการทางระบบหายใจ
ผู้ป่วยที่มีการแพร่กระจายไปยังปอดมักมีอาการไอเรื้อรัง เจ็บหน้าอก และหายใจลำบาก จำเป็นต้องตรวจปอดเพิ่มเติม

9. อาการทางระบบประสาท
หากเนื้องอกรบกวนเส้นประสาทใกล้เคียง อาจทำให้เกิดอาการชา เจ็บแปลบ การรับความรู้สึกลดลง หรือถึงขั้นอัมพาตบางส่วน ส่งผลต่อความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน

สรุป

ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การแพทย์นานาชาติ United Life เน้นว่า: มะเร็งกระดูกเป็นเนื้องอกร้ายที่มีการเจริญเติบโตเร็วและอันตรายสูง อาการแรกเริ่มมักไม่ชัดเจน ทำให้วินิจฉัยล่าช้า การรักษาด้วยการสร้างระบบภูมิคุ้มกันใหม่ในฐานะการรักษาเสริม สามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและควบคุมการลุกลามของโรคได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้วัยรุ่นสังเกตอาการปวดกระดูกและก้อนผิดปกติ ตรวจพบเร็วและรักษาเร็วจะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตและคุณภาพชีวิต