มะเร็งถุงน้ำดีเป็นมะเร็งที่มีต้นกำเนิดจากเซลล์ในถุงน้ำดี มักพบในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย สาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อพยาธิ, การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง และการมีภาวะท้องอืดในระยะยาว
ในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย, เวียดนาม และฟิลิปปินส์ อัตราการเกิดมะเร็งถุงน้ำดีสูงขึ้นเนื่องจากการติดเชื้อพยาธิและโรคทางเดินน้ำดีเรื้อรัง การมีก้อนในท้องและดีซ่านเป็นอาการเริ่มต้นที่พบบ่อยที่สุด อาการเหล่านี้จะทวีความรุนแรงเมื่อมะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ เช่น ตับหรือกระเพาะอาหาร
ระยะที่ I: เนื้องอกจำกัดในถุงน้ำดี
มะเร็งยังจำกัดอยู่ที่ถุงน้ำดีและไม่แพร่กระจายไปยังอวัยวะข้างเคียง อาการในระยะนี้มักไม่ชัดเจน การรักษาในระยะนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปีประมาณ 50%-60%
ระยะที่ II: การขยายขนาดในถุงน้ำดี
มะเร็งเริ่มขยายไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียง เช่น กล้ามเนื้อของถุงน้ำดีหรือท่อน้ำดี อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปีประมาณ 30%-40%
ระยะที่ III: การแพร่กระจายไปยังอวัยวะข้างเคียง
มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ใกล้เคียง เช่น ตับ, กระเพาะอาหาร และต่อมน้ำเหลืองในบริเวณใกล้เคียง การรักษาจะยากขึ้น อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปีลดลงเหลือ 10%-20%
ระยะที่ IV: การแพร่กระจายไปยังอวัยวะห่างไกล
มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะห่างไกล เช่น ปอด, กระดูก หรือสมอง อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปีต่ำกว่า 10%
1. ปวดท้อง
อาการปวดท้องมักเกิดในบริเวณขวาบนของท้อง หรือบริเวณที่อยู่ใกล้กับถุงน้ำดี โดยอาการจะปวดเป็นระยะๆ และอาจรุนแรงขึ้นเมื่อมะเร็งลุกลามไปยังเนื้อเยื่อรอบๆ
2. ดีซ่าน
ดีซ่านเกิดจากการที่มะเร็งกดทับท่อน้ำดี ทำให้เกิดการสะสมของน้ำดีในร่างกาย อาการดีซ่านมักปรากฏให้เห็นในผิวหนังและตาขาว
3. ท้องอืดและคลื่นไส้
ผู้ป่วยมักจะรู้สึกท้องอืดและคลื่นไส้ โดยเฉพาะหลังจากรับประทานอาหาร เนื่องจากการทำงานผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร
4. การลดน้ำหนักโดยไม่ทราบสาเหตุ
ผู้ป่วยบางรายอาจพบการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทราบสาเหตุ การลดน้ำหนักนี้มักเกิดขึ้นในระยะท้ายของโรค
5. การมีไข้และหนาวสั่น
การติดเชื้อที่เกิดจากมะเร็งอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการไข้และหนาวสั่นเป็นระยะๆ ซึ่งเป็นอาการที่ควรระวังเมื่อมะเร็งกระทบกับท่อน้ำดี
6. ก้อนในท้อง
ในระยะสุดท้ายของมะเร็ง ผู้ป่วยอาจสามารถสัมผัสก้อนในท้องได้ ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามะเร็งได้แพร่กระจายไปยังอวัยวะใกล้เคียงแล้ว
7. อาการคันผิวหนัง
การสะสมของสารบิลิรูบินในร่างกายอาจทำให้เกิดอาการคันผิวหนัง โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน
8. อาการจากดีซ่าน
ผู้ป่วยที่มีดีซ่านมักจะรู้สึกเหนื่อยล้า, คลื่นไส้ และมีการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ เนื่องจากการทำงานของตับที่ผิดปกติ
มะเร็งถุงน้ำดีมักไม่แสดงอาการในระยะแรก การตรวจพบและการรักษาทันท่วงทีเป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มโอกาสในการรักษาให้สำเร็จ การรักษาด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกันเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและช่วยในการควบคุมมะเร็งได้