กลับไปที่เมนู
ปิด
มะเร็งสมอง
เมนู

การรักษามะเร็งสมอง

มะเร็งสมองคือเนื้องอกชนิดร้ายที่เกิดขึ้นในสมองหรือโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง อาจเกิดขึ้นโดยตรงหรือเป็นการแพร่กระจายจากมะเร็งชนิดอื่น กลุ่มเสี่ยงรวมถึงเด็ก วัยทำงาน และผู้สูงอายุ โดยพบมากที่สุดคือกลิโอบลาสโตมาซึ่งเป็นชนิดรุนแรงสูง การรักษามะเร็งสมองต้องการความแม่นยำสูงและความร่วมมือจากหลายสาขา หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที เนื้องอกอาจกดทับหรือทำลายสมองส่วนสำคัญ ทำให้เกิดอัมพาต ชัก หรือเสียชีวิตได้ ดังนั้นการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีความสำคัญมาก

วิธีการรักษาใหม่

การบำบัดด้วยเซลล์สร้างภูมิคุ้มกันใหม่

การบำบัดด้วยเซลล์สร้างภูมิคุ้มกันใหม่เป็นการใช้เซลล์ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเองหรือจากภายนอก เพื่อฟื้นฟูการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน จดจำและกำจัดเซลล์มะเร็งสมองโดยตรง โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อสมองปกติ ลดความเสี่ยงการกลับมาเป็นซ้ำ และยืดอายุผู้ป่วย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่มีเนื้องอกตกค้างหลังผ่าตัดหรือไม่สามารถผ่าตัดได้

① กระตุ้นการจดจำและกำจัดเนื้องอก: โดยการกระตุ้นเซลล์ T หรือเซลล์ NK เพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกัน

② ลดความเสี่ยงการกลับมาใหม่: สามารถกำจัดเซลล์มะเร็งที่อาจเหลือในเลือดหรือไขสันหลัง ป้องกันการแพร่กระจาย

③ แนวทางเฉพาะบุคคล: ปรับแผนการรักษาตามลักษณะโรคของแต่ละผู้ป่วย ผ่านการเตรียมเซลล์และการตรวจยีน

④ ใช้ร่วมกับวิธีดั้งเดิม: การผสมผสานกับการฉายรังสีและเคมีบำบัด ช่วยเพิ่มประสิทธิผลโดยรวม

ในการรักษาจริง ผู้ป่วยที่รับการผ่าตัด การฉายรังสี หรือเคมีบำบัด มักเผชิญปัญหาภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เสี่ยงติดเชื้อ และฟื้นตัวช้า ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีแผนสร้างภูมิคุ้มกันใหม่เป็นระยะ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยรองรับการรักษาได้ดีขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

● แผนระยะสั้น: ส่งคืนเซลล์ภูมิคุ้มกันเพื่อเสริมภูมิอย่างรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพของการรักษามะเร็ง

● แผนระยะกลาง: ลดผลข้างเคียงจากการรักษาแบบดั้งเดิม ส่งเสริมการฟื้นตัว และทำให้การรักษามาตรฐานครบถ้วน

● แผนระยะยาว: ฟื้นฟูภูมิคุ้มกันแบบองค์รวม ได้แก่ การสร้างใหม่ของเซลล์ภูมิคุ้มกัน ภูมิคุ้มกันลำไส้ ธาตุอาหาร และโภชนาการภูมิคุ้มกัน เพื่อยืดอายุและปรับคุณภาพชีวิต

วิธีการรักษาแบบดั้งเดิม

1. การผ่าตัด

การผ่าตัดเป็นวิธีหลักในการรักษามะเร็งสมอง โดยเฉพาะเมื่อก้อนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ใช่สมองส่วนสำคัญ มีขอบเขตชัดและขนาดพอเหมาะ ปัจจุบันมีเทคนิคช่วยเช่น ระบบนำทางด้วยคอมพิวเตอร์ MRI ระหว่างผ่าตัด และการตรวจการทำงานของสมอง ทำให้ปลอดภัยขึ้นและรักษาเนื้อสมองปกติได้มากขึ้น หากก้อนไม่สามารถตัดออกทั้งหมด อาจทำการผ่าตัดเพื่อลดขนาด เพื่อบรรเทาอาการและเตรียมความพร้อมสำหรับวิธีอื่น

2. การฉายรังสี

การฉายรังสีมักใช้เสริมหลังผ่าตัดหรือในผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ เช่น การฉายรังสีทั่วไป กามมาไนฟ์ และโปรตอนบีม กามมาไนฟ์เหมาะกับก้อนเล็กเพียงก้อนเดียว เน้นฉายได้แม่นยำ ลดการทำลายเนื้อเยื่อรอบ ๆ ส่วนโปรตอนบีมมีความเข้มสูง เหมาะกับเด็กหรือผู้ที่ต้องรักษาซ้ำ

3. เคมีบำบัด

เคมีบำบัดใช้ในมะเร็งสมองชนิดร้ายแรง เช่น กลิโอบลาสโตมา ยาที่ใช้บ่อยคือ Temozolomide (TMZ) ซึ่งสามารถผ่าน blood-brain barrier ได้บางส่วน ใช้ร่วมกับการฉายรังสีเพื่อชะลอการลุกลาม เพื่อลดผลข้างเคียง บางรายอาจได้รับการให้ยาแบบเฉพาะเจาะจงหรือขนาดต่ำต่อเนื่อง

4. การรักษาแบบมุ่งเป้า

ในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น IDH mutation, EGFR amplification หรือ MGMT methylation สามารถใช้ยามุ่งเป้าเพื่อลดการลุกลามได้ วิธีนี้มีผลข้างเคียงน้อยและเหมาะกับผู้ที่รักษาแบบทั่วไปไม่ได้ผล

5. เทคนิคประสาทส่องกล้องและ stereotactic (แผลเล็ก)

เทคโนโลยีการผ่าตัดแผลเล็กในระบบประสาทช่วยให้เข้าถึงสมองส่วนลึกเพื่อเจาะ ตรวจ หรือเอาก้อนออกได้ ด้วยการใช้ neuroendoscope หรือ stereotactic วิธีนี้บาดแผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว เหมาะกับก้อนลึกหรือผู้ป่วยร่างกายอ่อนแอ ลดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด

6. การระบายน้ำไขสันหลังและการดูแลตามอาการ

หากมะเร็งสมองทำให้เกิดน้ำคั่งในสมองหรือความดันในกะโหลกสูง สามารถผ่าตัดทำทางระบายน้ำไขสันหลังเพื่อลดอาการ ยาร่วม เช่น ยากันชัก หรือสเตียรอยด์ ก็มีบทบาทสำคัญในการบรรเทาอาการและคงสภาพโรค

7. การรักษาแบบผสมผสาน

ปัจจุบันการรักษามะเร็งสมองมักใช้แนวทางผสมผสานหลายวิธี เช่น ผ่าตัด ฉายรังสี เคมีบำบัด ภูมิคุ้มกัน และยามุ่งเป้า เพื่อชะลอโรคและเพิ่มคุณภาพชีวิต ศูนย์การแพทย์นานาชาติ Lianhe Shengming เน้นการวางแผนเฉพาะบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า

สรุป

การรักษามะเร็งสมองต้องอาศัยการตรวจพบเร็วและเลือกวิธีที่เหมาะสม การบำบัดด้วยเซลล์สร้างภูมิคุ้มกันให้อีกหนึ่งความหวังใหม่ ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การแพทย์นานาชาติ Lianhe Shengming ย้ำว่าการผสมผสานหลายวิธีช่วยเพิ่มผลลัพธ์และผลการรักษาระยะยาว