โรคออทิสติกเป็นความผิดปกติทางระบบประสาทที่เริ่มแสดงอาการในช่วงวัยเด็ก โดยมักแสดงออกมาในรูปแบบของปัญหาด้านการสื่อสารทางสังคม การพัฒนาภาษาที่ล่าช้า และพฤติกรรมที่ซ้ำซาก ผู้ป่วยมักแสดงความสนใจที่จำกัดในสิ่งต่างๆ และไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ตามปกติ โรคนี้พบได้บ่อยในเด็กผู้ชาย โดยมีอัตราการเกิดสูงกว่าผู้หญิงประมาณ 4 เท่า อาการส่วนใหญ่เริ่มแสดงในช่วงอายุ 3 ปี
ในระดับโลก อัตราการเกิดโรคออทิสติกยังคงเพิ่มขึ้นในประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ในขณะที่ในประเทศจีน สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อัตราการวินิจฉัยก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หากไม่ได้รับการแทรกแซงในช่วงแรก ออทิสติกอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในสังคม
1. ความบกพร่องทางสังคมและการสื่อสาร
ปัญหาด้านสังคมเป็นอาการหลักของโรคออทิสติก เด็กที่มีโรคออทิสติกมักขาดความสนใจในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ไม่สามารถติดต่อสื่อสารทางสายตา หรือใช้ภาษาท่าทางในการแสดงอารมณ์ พวกเขามักจะไม่สนใจในคนรอบข้าง เช่น ไม่ตอบสนองเมื่อเรียกชื่อหรือไม่แสดงความสนใจในการสื่อสารกับผู้คนใกล้ชิด
2. การพัฒนาภาษาช้า
เด็กที่มีโรคออทิสติกมักจะพัฒนาภาษาช้า อาจไม่สามารถพูดได้เมื่ออายุสองหรือสามปี หรือพูดเพียงแค่ซ้ำคำที่ผู้อื่นพูด แม้ว่าบางคนจะสามารถพูดได้ แต่การพูดมักจะขาดจุดประสงค์ในการสื่อสาร เช่น ไม่ถามคำถามหรือไม่มีการสนทนา และเนื้อหาภาษามักจะจำกัด ไม่มีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์
3. พฤติกรรมซ้ำซาก
พฤติกรรมซ้ำซากประกอบด้วยการทำกิจกรรมซ้ำๆ เช่น การตบมือ การหมุนหัว การเดินวนรอบ หรือการเคาะสิ่งของ พวกเขามักจะยึดติดกับสิ่งที่เป็นนิสัยและไม่สามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ บางครั้งพวกเขาชอบจัดเรียงของเล่นหรือทำตามลำดับที่คงที่ หากมีสิ่งใดมากระทบพวกเขาจะรู้สึกตกใจและอารมณ์เสีย
4. การตอบสนองต่อความรู้สึกผิดปกติ
เด็กที่มีออทิสติกอาจมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ เช่น ความไวต่อเสียงแสง หรือการตอบสนองที่ผิดปกติทางประสาทสัมผัส เช่น กลัวเสียงรบกวนปกติ หรือไม่รู้สึกเจ็บปวดเมื่อมีการบาดเจ็บ หรือหลงใหลในการมองสิ่งที่เคลื่อนไหว เช่น พัดลมหรือล้อรถยนต์
5. ความผิดปกติทางอารมณ์และพฤติกรรม
เด็กที่มีโรคออทิสติกมักจะมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ เช่น หงุดหงิดง่าย, ขี้โมโห หรือร้องไห้บ่อยๆ บางคนอาจแสดงพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง เช่น การชนหัวหรือกัดมือ หรืออาจแสดงพฤติกรรมที่รุกรานต่อผู้อื่น เด็กเหล่านี้มักมีความยากลำบากในการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อม
6. ความยากลำบากในการเรียนรู้และการปรับตัว
เด็กที่มีโรคออทิสติกส่วนใหญ่จะมีปัญหาในการเรียนรู้ โดยเฉพาะในด้านการเลียนแบบ การรับรู้ และการคิดเชิงตรรกะ แม้ว่าเด็กบางคนจะมีทักษะที่ดีในด้านความจำ การวาดภาพ หรือการคำนวณ แต่ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับชีวิตประจำวันยังคงต่ำ พวกเขามักต้องการความช่วยเหลือจากผู้อื่นในการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การแพทย์ร่วมชีวิตแนะนำว่าโรคออทิสติกไม่มีการรักษาหายขาด แต่การระบุอาการในระยะแรกและการแทรกแซงทางการแพทย์สามารถช่วยให้เด็กที่มีอาการฟื้นตัวและพัฒนาได้ดียิ่งขึ้น พ่อแม่ควรให้ความสำคัญกับพัฒนาการทางสังคมและภาษาของเด็ก หากพบอาการผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อประเมินและได้รับการแทรกแซงที่เหมาะสมเพื่อให้เด็กมีโอกาสในการเติบโตและพัฒนาได้เต็มที่